เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : แฉ 8 เดือนครึ่งนรกกลางทะเล! ลูกเรือ USS Abraham Lincoln กินซีเรียลไร้นม ท่ามกลางวิกฤตจิตใจและขีปนาวุธ

14 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : แฉ 8 เดือนครึ่งนรกกลางทะเล! ลูกเรือ USS Abraham Lincoln กินซีเรียลไร้นม ท่ามกลางวิกฤตจิตใจและขีปนาวุธ

เสียงคร่ำครวญจากทะเลหลวง... สื่อฝั่งทหารแฉยับ สภาพความเป็นอยู่สุดโหดร้ายบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ที่ยืดเยื้อภารกิจกว่า 8 เดือน ลูกเรือ 5,000 ชีวิตต้องกินซีเรียลไร้นม เสบียงของสดเน่าเสีย ซ้ำร้ายต้องรับมือกับความเครียดและขีปนาวุธจากอิหร่าน ท่ามกลางเสียงโต้แย้งจากกลาโหมที่มองว่าเป็น "ข่าวบิดเบือน"

🔵 [ความจริงกลางทะเล กับคำโต้แย้งของ รมว.กลาโหม]


เรื่องราวนี้ถูกจุดพลุขึ้นโดยสื่อด้านการทหารอย่าง Navy Times และ Stars and Stripes ที่รายงานข่าวสะเทือนขวัญถึงความพยายามจบชีวิตตนเองหลายครั้งของลูกเรือบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมระบุว่าขวัญและกำลังใจของบุคลากรทั้ง 5,000 คน กำลังดำดิ่งลงเรื่อยๆ หลังจากต้องใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยไม่มีกำหนดวันกลับบ้านที่แน่ชัด แม้กำหนดการเดิมควรจะสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 ก็ตาม

กระแสข่าวดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมจน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนปานามา ต้องออกโรงโต้แย้งอย่างแข็งกร้าวว่าข่าวดังกล่าว "บิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง" พร้อมย้ำว่าทางกระทรวงฯ ได้มอบการดูแลลูกเรือทุกคนอย่างดีที่สุดเท่าที่จะจัดหาได้ และยกย่องความเสียสละของกะลาสีเรือในการเผชิญสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางจิตวิทยา มนุษย์มักมี "อคติเชิงลบ" (Negativity Bias) ที่ทำให้น้ำหนักกับข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี และคำชี้แจงของรัฐมนตรีก็ดูเหมือนจะไม่สามารถสยบภาพความจริงที่ถูกส่งตรงมาจากลูกเรือได้


🔵 [แชตลับครอบครัว: ซีเรียลไร้นม เสบียงเน่าเสีย และขุมนรกกลางทะเล]


หลักฐานชิ้นสำคัญปรากฏขึ้นเมื่อสมาชิกครอบครัวของทหารเรือได้ส่งข้อความแชตให้กับสื่อ MeidasTouch (โดยปกปิดตัวตนเพื่อป้องกันการถูกลงโทษ) เผยให้เห็นภาพความยากลำบากอย่างชัดเจน
ในข้อความสนทนา ทหารเรือได้ส่งรูปภาพภาชนะพลาสติกที่บรรจุสิ่งที่ดูเหมือนซีเรียล พร้อมข้อความว่า

"ที่รัก ตอนนี้ผมกำลังกินซีเรียลอยู่ แต่เสียดายที่ไม่มีนมเลย ไม่ได้กินนมมา 3 เดือนแล้ว" เมื่อครอบครัวถามเหตุผล ทหารนายนั้นอธิบายว่า เรือส่งเสบียงใช้เวลาเดินทางนานเกินกว่าที่อาหารสดอย่างผลไม้หรือนมจะคงสภาพดีไว้ได้ ของที่มาถึงจึงมักจะเป็นเนื้อสัตว์แช่แข็ง หรือบางครั้งของสดที่มาถึงก็เน่าเสียไปแล้ว



ความน่าหดหู่ยังสะท้อนผ่านคำบรรยายถึงภารกิจนี้ว่า "นี่เป็นภารกิจที่เลวร้ายที่สุด แม้แต่คนที่เคยออกปฏิบัติภารกิจมานับร้อยครั้งก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน... กองทัพเรือไม่ได้สนใจหรอก เพราะภารกิจต้องมาก่อนเสมอ" ทหารนายนี้ยังเผยด้วยว่า ลูกเรือบางคนถึงกับตั้งข้อสังเกตเชิงประชดประชันว่า นี่อาจเป็น "โครงการทดลองของรัฐบาล" เพื่อทดสอบขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์ภายใต้สภาวะที่เลวร้ายที่สุด


"ผมรู้ว่าครอบครัวต้องการผม และกองทัพเรือก็ไม่ยุติธรรมเลยที่สั่งให้ผมไปปฏิบัติภารกิจนานกว่าที่คาดไว้... กองทัพเรือทำให้ผิดหวังซ้ำสอง ด้วยการทำให้ที่นี่เลวร้ายยิ่งกว่าขุมนรกเสียอีก" ทหารเรือระบายความในใจ


🔵 [วิกฤตคุณภาพชีวิต และการเมืองในสภาคองเกรส]


รายงานข่าวจากสื่ออย่าง Military Times, Stars and Stripes และ MS NOW ยังเสริมรายละเอียดว่า ลูกเรือต้องเผชิญกับปัญหาน้ำประปาปนเปื้อน ไม่มีน้ำอุ่นให้อาบ และไม่มีโอกาสซักเสื้อผ้ามานานหลายสัปดาห์ ไปรษณีย์หยุดชะงักทำให้พัสดุสิ่งของจำเป็นสูญหาย

ความขัดแย้งนี้ลุกลามถึงสภาคองเกรส เมื่อ ริชาร์ด บลูเมนทาล วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ได้เขียนจดหมายถึงเฮกเซธและ ฮุง เคา รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือ เพื่อตั้งคำถามถึงปัญหาคุณภาพชีวิตและระบบประปาบนเรือ ขณะที่ รูเบน กัลเลโก วุฒิสมาชิกจากรัฐแอริโซนา (อดีตนาวิกโยธิน) ประกาศจะนำคณะผู้แทนบุกเข้าเยี่ยมชมและค้างคืนบนเรือ Lincoln พร้อมวิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรงว่า "วิธีที่เขาปฏิบัติต่อทหารของเราในระหว่างสงครามที่ผิดกฎหมายครั้งนี้ ไม่ใช่แค่น่ารังเกียจ แต่ยังเป็นอันตราย"
 


🔵 [สมรภูมิโดรน การปิดล้อม และปัญหา "เรือตึงตัว"]


สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ปกติแล้วการประจำการทางทะเลจะอยู่ราว 6-9 เดือน แต่การขยายเวลาในช่วงสงคราม ก่อให้เกิดความตึงเครียดด้านสุขภาพจิตอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อลูกเรือต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีจากอิหร่านตลอดเวลา

รัฐมนตรีเฮกเซธ ยอมรับว่า ในช่วงต้นความขัดแย้ง อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนพลีชีพหลายร้อยลำเข้าใส่เรือบรรทุกเครื่องบิน แต่ทุกการโจมตีถูกสกัดกั้นไว้ได้ นอกจากนี้ เรือ Lincoln ยังมีภารกิจหลักในการ "ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน" โดย CENTCOM รายงานว่าในระลอกแรก (เม.ย. - มิ.ย.) มีการยิงโจมตีเรือที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง 9 ลำ และสั่งเปลี่ยนเส้นทางอีก 135 ลำ ส่วนการปิดล้อมระลอกที่สอง (ตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.) มีการเปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์ไปแล้ว 55 ลำ

ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ "ความเสื่อมสภาพของยุทโธปกรณ์" การขยายเวลาประจำการส่งผลให้ระบบกลไกชำรุด หากไม่มีอะไหล่สำรอง ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเรือ USS Gerald R. Ford ที่เพิ่งทำสถิติประจำการยาวนานถึง 326 วัน (นานที่สุดนับตั้งแต่สงครามเวียดนาม) และต้องเผชิญปัญหาเพลิงไหม้ การขาดแคลนอาหาร และปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง

พลเรือโทนอกราชการ ไมเคิล แฟรงเคน อดีตผู้บังคับการเรือ ให้ความเห็นว่า กองทัพเรือมีความยืดหยุ่นก็จริง แต่การใช้เวลาในทะเลเกินกำหนดจะส่งผลกระทบต่อตารางซ่อมบำรุงในระยะยาว "กองทัพเรือมีเรือบรรทุกเครื่องบินจำกัด... ผมรับรองได้เลยว่า ช่วงเวลา 2 ปีแรกของรัฐบาลทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อช่วงเวลา 2 ปีถัดมาของรัฐบาลทรัมป์อย่างแน่นอน"

ขณะนี้ กองทัพเรือยืนยันว่าเรือ Lincoln ยังมีขีดความสามารถเต็มร้อย โดยมีรายงานว่า USS George Washington กำลังแล่นผ่านช่องแคบมะละกามุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางเพื่อไปสับเปลี่ยนกำลัง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเดินทางไปถึงเมื่อใด ทิ้งให้ชะตากรรมของลูกเรือ 5,000 ชีวิตบนเรือ Lincoln ยังคงแขวนอยู่บนความไม่แน่นอนกลางทะเลหลวงต่อไป

ข่าวล่าสุด