เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ภาษาที่สองคือ "พื้นที่ปลอดภัย" ไขความลับจิตวิทยา... ทำไมพูดอังกฤษไม่ใช่เรื่อง "ดัดจริต"

05 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : ภาษาที่สองคือ "พื้นที่ปลอดภัย" ไขความลับจิตวิทยา... ทำไมพูดอังกฤษไม่ใช่เรื่อง "ดัดจริต"

จากกระแสดรามา "ลูกสาวดาราตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ" สู่คำถามสำคัญของสังคมไทย... นักจิตวิทยาเปิดงานวิจัยชี้ ปรากฏการณ์นี้อาจเป็นผลมาจาก "Foreign Language Effect" ซึ่งคือการถอยเข้าสู่ 'พื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์' หาใช่การดัดจริตหรือลืมรากเหง้าอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ!

กลายเป็นประเด็นไวรัลร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังเกิดกรณี "ลูกสาวดารา" ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง แล้วเลือกตอบคำถามผู้เป็นแม่ด้วยภาษาอังกฤษ ทั้งที่คำถามถูกถามเป็นภาษาไทย คลิปช่วงดังกล่าวถูกตัดไปเผยแพร่ต่อ จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบอย่างหนัก ทั้งการตั้งคำถามถึงมารยาท การติติงพฤติกรรม ลามไปถึงการตราหน้าว่า "ลืมความเป็นไทย"

แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเป็นผลลัพธ์ของการ "ตัดสินใจไวเกินไป" ของสังคม โดยที่ไม่มีใครทันได้ฉุกคิดว่า เหตุใดเด็กถึงเลือกสื่อสารด้วยภาษาที่สอง แทนที่จะเป็นภาษาแม่ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด? ซึ่งกรณีนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับงานวิจัยระดับสากลที่ชื่อว่า "Foreign Language Effect" โดย โบแอซ คีย์ซาร์ (Boaz Keysar) ศาสตราจารย์แห่ง University of Chicago สหรัฐอเมริกา
 


🔵 [เจาะลึก 'Foreign Language Effect' เมื่อภาษาต่างประเทศคือเกราะคุ้มกัน]


ภาวะ Foreign Language Effect คือปรากฏการณ์ที่มนุษย์เราใช้เหตุผลและคิดวิเคราะห์อย่างมีตรรกะมากขึ้น แต่มีความรู้สึกทางอารมณ์ร่วมลดลง เมื่อต้องคิด ตัดสินใจ หรือแก้ปัญหาผ่านภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาแม่

สาเหตุทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ว่า ภาษาแม่ผูกพันกับอารมณ์ ความทรงจำ และประสบการณ์วัยเด็กอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ภาษาต่างประเทศต้องผ่านกระบวนการแปลความในสมอง ซึ่งเข้าไปเปลี่ยนระบบการประมวลผล จากเดิมที่ใช้ System 1 Thinking (ระบบคิดเร็ว ไร้การควบคุม อาศัยสัญชาตญาณและอารมณ์) ไปสู่ System 2 Thinking (ระบบคิดช้า ละเอียด รอบคอบ และอาศัยตรรกะ) การสลับไปใช้ภาษาที่สองจึงช่วยลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และลดอคติจากการวางกรอบความคิดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

🔵 [ไม่ใช่การดัดจริต แต่คือ 'แบริเออร์' สร้างพื้นที่ปลอดภัย]


สรุปให้เข้าใจง่าย คือ มนุษย์เราไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับภาษาแม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสั่งสมอารมณ์ ความทรงจำ และโทนเสียงต่างๆ เอาไว้ด้วย ในขณะที่ภาษาที่สองซึ่งเรียนรู้จากห้องเรียนอย่างเป็นแบบแผน จะให้ความรู้สึกที่ "เบา" กว่า การสื่อสารด้วยภาษาที่สองต้องผ่านการเลือกสรรคำ ไม่สามารถเปล่งออกมาได้อัตโนมัติ ความรุนแรงทางอารมณ์จึงลดลง ภาษาที่สองจึงทำหน้าที่เป็น "แบริเออร์" (Barrier) หรือเกราะคุ้มกันที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้พูด เพื่อรับมือกับประเด็นที่อึดอัด หาใช่การดัดจริตหรือลืมรากเหง้าแต่อย่างใด

ในสังคมไทยปัจจุบัน เด็กยุคใหม่โดยเฉพาะลูกของบุคคลมีชื่อเสียงที่มีโอกาสเรียนสองภาษา (Bilingual) มักต้องตกอยู่ใต้แสงสปอตไลต์โดยอัตโนมัติ พวกเขามักถูกจับจ้องและถูกตั้งคำถามที่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว สำหรับเด็กแล้ว การไม่ตอบตรงๆ ตาม "เสียงในหัว" แต่เลือกสื่อสารออกมาเป็นภาษาอังกฤษ จึงเป็นสัญชาตญาณในการปกป้องตัวเองเพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า


🔵 [สลับภาษา = เปิดจิตใจ และยอมรับความคลุมเครือ]


สื่อระดับโลกอย่าง The Guardian รายงานว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นักจิตวิทยาให้ความสนใจเรื่องการ "สลับใช้ภาษา" (Language Switching) อย่างมาก เพราะนอกจากจะเปลี่ยนคุณภาพของความทรงจำแล้ว การสลับภาษายังช่วยให้มนุษย์มีเหตุผลมากขึ้น เปิดใจกว้างขึ้น และรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น

สอดคล้องกับงานวิจัยของ ซิลเวีย ปูร์ปูรี (Silvia Purpuri) นักวิจัยจาก University of Trento ประเทศอิตาลี ที่ศึกษาเรื่อง "ความอดทนต่อความคลุมเครือ" (Tolerance of Ambiguity) ซึ่งพบว่า การใช้ภาษาที่สองช่วยเพิ่มศักยภาพให้สมองรับมือกับสถานการณ์ที่กำกวมได้ดียิ่งขึ้น

ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่ผู้คนใช้มากกว่าสองภาษาในชีวิตประจำวัน การเลือกสื่อสารด้วยภาษาที่สองควรถือเป็น "สิทธิ์ส่วนบุคคล" ที่ไม่ควรถูกตำหนิหรือนำไปปั่นเป็นดราม่าเพื่อรุมตัดสิน และบางที สังคมไทยอาจถึงเวลาที่ต้องเปิดใจเรียนรู้ภาษาที่สอง เพื่อเพิ่มระบบคิดวิเคราะห์ แทนที่จะใช้สมองประมวลผลเพียงภาษาแม่แค่ภาษาเดียว


🔵 [ภาษาที่สองคือ 'พื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์'] 


ดรามาภาษาอังกฤษของลูกสาวดารา เป็นสะพานที่เปิดโอกาสให้สังคมไทยได้เรียนรู้เรื่อง "Foreign Language Effect" ว่าภาษาที่สองไม่ได้มีไว้แค่แสดงทักษะหรือการดัดจริต แต่คือกลไกทางจิตวิทยาที่ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ การหยุดตัดสินผู้อื่นจากเปลือกนอก แล้วหันมาเข้าใจกลไกสมองของมนุษย์ อาจเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยมีความเห็นอกเห็นใจและเปิดกว้างมากขึ้น

คุณเคยใช้ภาษาที่สองในการดึงตัวเองออกจากสถานการณ์ที่อึดอัด หรือเพื่อควบคุมอารมณ์ให้ใจเย็นลงบ้างหรือไม่?

ข่าวล่าสุด