เนชั่นทีวี

ข่าว

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

05 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม" พร้อมเดินหน้าซีลชายแดน-เพิ่มบทบาทฝ่ายปกครอง

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม" พร้อมเดินหน้าซีลชายแดน-เพิ่มบทบาทฝ่ายปกครอง

KEY

POINTS

  • พับแผนปี 70: กอ.รมน. ยอมรับเป้าหมายถอนทหารและส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์เป็น "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"
  • ลุยซีลชายแดน: มุ่งเพิ่มบทบาทฝ่ายปกครองและนายอำเภอ พร้อมอุดช่องโหว่ชายแดน 13 อำเภอสำคัญ
  • คงกำลังพลสู้ความไม่สงบ: ย้ำสถานการณ์ความรุนแรงยังต่อเนื่อง จำเป็นต้องคงกำลังพลเพื่อควบคุมพื้นที่และป้องกันเหตุ
     

5 สิงหาคม 2569 ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) นำคณะบรรณาธิการและสื่อมวลชนส่วนกลางกว่า 30 คน ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 ภายใต้โครงการ “เวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข” เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม (เมื่อวานนี้ 4 ส.ค.69)

 

 

 

กิจกรรมวันแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมี พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่

ขณะที่ฝ่ายต้อนรับประกอบด้วย พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายบัณฑูร อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดา พร้อมผู้แทนฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง

 

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

 

 

 

 

พลโท ประเสริฐ กล่าวว่า การเดินทางของคณะสื่อมวลชนส่วนกลางครั้งนี้ เป็นโอกาสให้หน่วยงานที่ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้นำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้สื่อมวลชนนำไปสื่อสารต่อสาธารณชน ทั้งในพื้นที่และภูมิภาคอื่นของประเทศ รวมถึงสะท้อนศักยภาพด้านทรัพยากร การพัฒนาเศรษฐกิจ และความพยายามปฏิเสธความรุนแรงทุกประเภท ตลอดจนความทุ่มเทของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บรรลุตามเป้าประสงค์ของรัฐบาล และเกิดความสงบสุขของประชาชนภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

 

พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนคณะสื่อมวลชนใช้โอกาสดังกล่าวรับฟังข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และช่วยสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกสู่สาธารณะ

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประเมินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงครั้งสำคัญ หลัง คณะทำงานในคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีข้อสรุปร่วมกันว่า การถ่ายโอนภารกิจด้านความมั่นคงจากทหารหลักไปสู่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และกองกำลังประจำถิ่น ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในปี 2570

เดิมยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2566-2570 กำหนดให้ปี 2570 เป็นปีเป้าหมายในการลดหรือยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษ โดยเฉพาะกฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมถ่ายโอนภารกิจการดูแลความปลอดภัยจากทหารไปสู่ฝ่ายปกครองและกำลังประจำถิ่น เพื่อสะท้อนว่าพื้นที่มีความสงบมากขึ้น

แต่จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่าความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจยังไม่เกิดขึ้น ขณะที่เหตุการณ์ความรุนแรงยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระบวนการพูดคุยสันติสุขยังอยู่ในภาวะชะงัก

ที่ประชุมซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้บังคับบัญชาหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้เสนอให้ปรับถ้อยคำในยุทธศาสตร์ใหม่ จากเดิมที่กำหนดกรอบเวลาไว้ในปี 2570 เป็น “ถ่ายโอนภารกิจเมื่อมีความพร้อม” 

ข้อเสนอดังกล่าวเตรียมนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นประธาน ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป

นอกจากการปรับยุทธศาสตร์แล้ว ที่ประชุมยังเสนอเพิ่มบทบาทของฝ่ายปกครอง โดยให้นายอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารพื้นที่ชายแดนภายใต้กลไกศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อำเภอ) ครอบคลุมพื้นที่ชายแดน 12 อำเภอ และอีก 1 อำเภอ คือ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งแม้ไม่ติดชายแดน แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่

 

พื้นที่ที่เตรียมยกระดับการทำงาน ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ นาทวี และสะบ้าย้อย จังหวัดยะลา ได้แก่ อำเภอกาบัง ยะหา บันนังสตา ธารโต และเบตง และจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ อำเภอจะแนะ สุคิริน แว้ง สุไหงโก-ลก และตากใบ

 

ภารกิจสำคัญคือ การซีลชายแดน การพัฒนาระบบข้อมูลชีวมิติ การตรวจสอบสถานะบุคคล และการบูรณาการข่าวกรอง เพื่อปิดช่องโหว่ที่ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญให้ผู้ก่อเหตุสามารถข้ามแดนไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุและหลบหนีออกนอกประเทศได้อีก

 

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

"กอ.รมน." เปิดวง "แจงสื่อ" ยอมรับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย เตรียมปรับยุทธศาสตร์ "ถ่ายโอนเมื่อพร้อม"

 

 

ผลการประชุมอย่างเป็นทางการยังได้กำหนดประเด็นเร่งด่วน 5 ด้าน ได้แก่ การสร้างภูมิคุ้มกันสถานศึกษา การพัฒนาทุกมิติให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน การพัฒนาระบบข้อมูลชีวมิติ การเสริมศักยภาพศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ และการบูรณาการข่าวกรอง เพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติจริงในทุกระดับ

 

ด้าน พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงข้อวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพงานข่าวว่า ต้องเข้าใจลักษณะการปฏิบัติของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่และตัดตอนข้อมูลระหว่างผู้จัดหาอาวุธกับผู้ลงมือปฏิบัติ แม้งานข่าวจะไม่สามารถระบุเหตุการณ์ได้ทั้งหมด แต่สามารถประเมินพื้นที่เสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่เพลี่ยงพล้ำ แต่ยืนยันว่าการปฏิบัติการยังดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ

 

โดยเพิ่มการซีลชายแดน ใช้ยุทธวิธีจรยุทธ์ในเวลากลางคืน ปรับระบบจุดตรวจ และติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยในร้านสะดวกซื้อและร้านทอง แทนการวางกำลังเฝ้าทุกจุด เนื่องจากกำลังพลมีข้อจำกัด

 

พล.ต.กรกฎ ยังยอมรับว่า เป้าหมายการส่งคืนพื้นที่ให้ฝ่ายปกครองภายในปี 2570 อาจไม่เป็นไปตามแผน หากกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือพูโลยังคงก่อเหตุ เพราะภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามจะยังไม่สิ้นสุด พร้อมระบุว่าปัจจุบันยังพบเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงถูกชักจูงและบิดเบือนความเชื่อได้ง่าย

 

ส่วนประเด็นการลดงบประมาณและกำลังพลในปีงบประมาณ 2570 ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการแปรญัตติของรัฐสภา

 

ขณะที่ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ปี 2570 เป็นเป้าหมายที่กำหนดมาตั้งแต่ปี 2561 แต่จำเป็นต้องประเมินและปรับตามสถานการณ์ในแต่ละปี พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานยังขอคงกำลังพลไว้เท่าเดิม เพื่อควบคุมพื้นที่เสี่ยง 3 จุดหลัก ได้แก่ พื้นที่ภูเขา หมู่บ้าน และแนวชายแดน

 

"กระแสข่าวในสื่อออนไลน์ โดยยืนยันว่าคดียิงตำรวจเสียชีวิตที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ยังไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ และผลการตรวจอาวุธปืนไม่พบความเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามีตามที่มีข่าวลือ ส่วนเหตุหน้าสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดปัตตานี เป็นเรื่องของกลุ่มผู้เสียประโยชน์จากการจับกุมบุหรี่หนีภาษี ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของทหาร พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหลัก"  พ.อ.เอกวริทธิ์ เผย

 

สำหรับข้อเสนอให้ลดกำลังพลในพื้นที่

พ.อ.เอกวริทธิ์ เปรียบเทียบว่า เหมือนการแข่งขันฟุตบอลที่เล่นกันอยู่เป็นทีม หากทีมหนึ่งได้เปรียบในครึ่งแรก จะไม่ควรลดผู้เล่นของตัวเองเพียงเพื่อให้จำนวนเท่ากัน พร้อมย้ำว่า หากสถานการณ์ยังไม่ยุติ การลดกำลังจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการควบคุมพื้นที่ เนื่องจากหลักการปฏิบัติทางทหารกำหนดให้ฝ่ายเข้าตีต้องมีกำลังเหนือกว่าฝ่ายตั้งรับในสัดส่วนประมาณ 3 ต่อ 1

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด