เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : ทรัมป์หลังพิงฝา! งัดแฟ้มลับถล่มระบบเลือกตั้งสหรัฐฯ ก่อนศึกกลางเทอม

17 ก.ค. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : ทรัมป์หลังพิงฝา! งัดแฟ้มลับถล่มระบบเลือกตั้งสหรัฐฯ ก่อนศึกกลางเทอม

โค้งสุดท้ายก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิการเมืองสหรัฐฯ กำลังเดือดพล่าน เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของการแถลงข่าวระดับชาติคืนวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา เปิดฉากโจมตีระบบการเลือกตั้งของประเทศตนเองว่า "ล้มเหลวอย่างร้ายแรง" และเต็มไปด้วยช่องโหว่

การแถลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกความเชื่อมั่นทางการเมือง แต่มันคือการ "ตีปลาหน้าไซ" ด้วยการงัดเอาเอกสารที่เพิ่งถูกปลดล็อกความลับ (Declassified) จำนวนมากมาเป็นเครื่องมือ เพื่อชี้เป้าว่าผลการเลือกตั้งในอนาคตกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกแทรกแซงจากมหาอำนาจคู่แข่ง โดยเฉพาะ "จีน"
 


🔵 [เปิดฉากด้วยนโยบายประชานิยม ก่อนทิ้งบอมบ์ระบบเลือกตั้ง] 


ทรัมป์เริ่มต้นถ้อยแถลงด้วยการโปรโมตผลงานเศรษฐกิจแบบฉาบฉวย เขาหยิบยกนโยบาย "Trump Accounts" ภายใต้ร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ที่จะแจกเงินประเดิม 1,000 ดอลลาร์ให้เด็กแรกเกิดชาวอเมริกันทุกคนเพื่อนำไปลงทุนในตลาดหุ้น รวมถึงการเปิดตัวเว็บไซต์ยาตามใบสั่งแพทย์ "TrumpRx" แต่ที่น่าสังเกตคือ เขากลับจงใจหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงวิกฤตความขัดแย้งกับอิหร่านที่กำลังคุกรุ่นอย่างสิ้นเชิง

หลังจากหว่านล้อมด้วยนโยบายเศรษฐกิจ ทรัมป์ก็วกเข้าสู่เป้าหมายหลัก นั่นคือการพยายามดิสเครดิตระบบเลือกตั้ง โดยอ้างว่าการนำเอกสารลับมาเปิดเผยครั้งนี้ ไม่ได้ทำไปเพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่น แต่ทำไปเพื่อ "สร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่" ด้วยการเผชิญหน้ากับจุดอ่อนและเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด
 


🔵 [ข้อกล่าวหา VS ความจริงที่ถูกตรวจสอบ] 


ทรัมป์สาดข้อกล่าวหาชุดใหญ่ใส่ระบบเลือกตั้งและหน่วยงานความมั่นคง แต่เมื่อสื่อใหญ่อย่าง CNN และหน่วยข่าวกรองทำการตรวจสอบลึกลงไป กลับพบความย้อนแย้งหลายประการ

ข้อกล่าวหา "จีนขโมยข้อมูล 220 ล้านรายชื่อ" ทรัมป์อ้างว่าจีนได้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันไปกว่า 220 ล้านคน เพื่อบ่อนทำลายการหาเสียงของเขาในปี 2020 และศึกกลางเทอมปี 2018 เพราะจีนต้องการให้เขาแพ้ ความจริง: ข้อสรุปจากหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ เมื่อปี 2021 (ซึ่งได้รับการยืนยันซ้ำในเอกสารที่ทรัมป์เพิ่งเปิดเผยเอง) ระบุชัดเจนว่า จีน "เลือกที่จะไม่แทรกแซง" ผลการเลือกตั้งปี 2020 เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

ข้อกล่าวหา "คนต่างด้าวสวมรอยโหวต" ทรัมป์ระบุว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิพบผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกันกว่า 278,000 คนในรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ความจริง: โปรแกรมจับคู่ข้อมูลที่ทรัมป์นำมาอ้างอิงนั้น มีประวัติการทำงานที่ผิดพลาดและแสดงตัวเลขสูงเกินจริงมาตลอด โดยมักจะเหมารวม "พลเมืองที่เพิ่งได้รับสัญชาติใหม่" ว่าเป็นบุคคลที่ไม่ใช่พลเมืองอย่างไม่ถูกต้อง

ข้อกล่าวหา "โกงเลือกตั้งที่มิชิแกน" ทรัมป์อ้างว่ามีการปกปิดแผนโกงลงทะเบียนเลือกตั้งในมิชิแกนปี 2020 และขอให้ FBI เข้าสอบสวน ความจริง: เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ (Secretary of State) ออกมาโต้แย้งทันทีว่าข้อกล่าวหานี้ "ไม่มีมูลความจริง" และระบบเลือกตั้งของรัฐมีความปลอดภัยสูงสุด


🔵 [ความย้อนแย้งของ "ข้อมูลข่าวกรอง" ในมือทรัมป์] 


สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ "ท่าทีแบบเลือกปฏิบัติ" ของทรัมป์ ตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา ทรัมป์ปฏิเสธข้อสรุปของหน่วยข่าวกรองมาโดยตลอด โดยเฉพาะกรณีที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งปี 2016 แต่ในวันนี้ เขากลับหยิบยกเอกสารจากหน่วยงานเดียวกันมาใช้เป็นอาวุธโจมตีจีน

ทำเนียบขาวพยายามเปิดเผยรายงานของสภาข่าวกรองแห่งชาติ (NIC) ปี 2020 ที่ระบุว่า เครื่องลงคะแนนเสียงของสหรัฐฯ เสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบจาก รัสเซีย จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ รวมถึงอ้างเรื่องที่ "เวเนซุเอลา" ทดสอบการสลับเปลี่ยนผลคะแนน แต่ในความเป็นจริง บันทึกของ CIA ที่เปิดเผยเมื่อเดือนมิถุนายน ระบุชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2006 แล้วว่า เวเนซุเอลาและบริษัท Smartmatic ไม่มีขีดความสามารถที่จะบิดเบือนผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนอกประเทศเวเนซุเอลาได้เลย

แหล่งข่าวในแวดวงข่าวกรองยังระบุด้วยว่า เอกสารนับร้อยหน้าที่ทรัมป์นำมาเปิดเผยนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพียง "ข้อมูลดิบเบื้องต้น" ที่ไม่มีนัยสำคัญหรือไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะถูกนำไปใส่ไว้ในรายงานประเมินความเสี่ยงฉบับจริงด้วยซ้ำ


🔵 [บทสรุป: ปูทางสู่ชัยชนะ หรือ สร้างข้ออ้างหากพ่ายแพ้?] 


การออกอากาศในเวลาไพรม์ไทม์เพื่อโจมตีระบบเลือกตั้งของตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่ทรัมป์ถนัด นั่นคือการสร้าง "ทฤษฎีสมคบคิด" และโยนความผิดให้ปัจจัยภายนอก

การพยายามดึงจีนเข้ามาเป็นศัตรูตัวฉกาจในการเลือกตั้ง และการปลุกปั่นเรื่องการโกงคะแนนเสียง ล้วนเป็นหมากเกมสำคัญที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า หากพรรครีพับลิกันกวาดชัยชนะในศึกกลางเทอม นี่คือผลงานของการปกป้องชาติ แต่หากผลลัพธ์ออกมาเป็นความพ่ายแพ้ ทรัมป์ก็ได้สร้าง "ข้ออ้าง" เรื่องการถูกปล้นชัยชนะเตรียมไว้ให้ฐานเสียงของตนเองเรียบร้อยแล้ว

เกมการเมืองที่ยอมแลกความน่าเชื่อถือของระบอบประชาธิปไตยในประเทศ เพื่อรักษาฐานอำนาจของตนเองกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ 


💬 [ชวนคิดต่อ] 


คุณคิดว่ากลยุทธ์การโจมตีระบบเลือกตั้งล่วงหน้าของโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยเรียกคะแนนนิยมจากฐานเสียง หรือจะยิ่งทำให้ชาวอเมริกันเบื่อหน่ายกับเกมการเมืองแบบเดิมๆ?

ข่าวล่าสุด