พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ประเทศไทยเรายังต้อนรับนักท่องเที่ยวนักลงทุนเสมอ แต่ขอความร่วมมือ ขอให้บริษัทที่ตั้งเป็นบริษัทกฎหมายให้ความรู้ให้ถูกต้องกับชาวต่างชาติ
สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมหญิงต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เป็น ‘นายหน้าอสังหาริมทรัพย์’ และคดีนอมินีในพื้นที่ จ.ชลบุรี ก่อนที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จะขยายผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้พบว่า จ.ชลบุรี มีนิติบุคคลจดทะเบียน 76,343 ราย เป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 28,463 ราย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบนิติบุคคลเข้าข่ายใช้ “นอมินี” จำนวน 14,264 ราย
และยังพบผู้ได้รับใบอนุญาต เป็นชาวไทย 2 ราย ซึ่งเป็นลักษณะคนทำบัญชี เข้าไปถือหุ้นในบริษัทจำนวนมาก
โดยรายแรกถือหุ้น 146 บริษัท มูลค่าประมาณ 142 ล้านบาท และอีกรายถือหุ้น 40 บริษัท มูลค่าประมาณ 74 ล้านบาท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินในโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี
นอกจากนี้ จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบกลุ่มชาวรัสเซียใช้เว็บไซต์ในประเทศรัสเซียประกาศขายและให้เช่าบ้าน พร้อมเรียกหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ว่าเป็น “หมู่บ้านของชาวรัสเซีย”
เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการร่วมกับคนไทย และผู้ทำบัญชีจัดตั้งบริษัทถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการ “ส. พัทยา” จำนวน 6 โครงการ รวมประมาณ 775 หลัง มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านนิติบุคคล 495 บริษัท
และจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า 435 บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าว โดย 19 บริษัทเข้าข่ายใช้นอมินี และอีก 14 บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้นเกินร้อยละ 50 แต่ถือครองที่ดิน รวมกลุ่มเป้าหมาย 33 บริษัท