เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : ทำเนียบขาวเดือด! สั่งยึดมือถือล่าตัว "หนอนบ่อนไส้" ปล่อยข่าวลับ Air Force One ลำใหม่

16 ก.ค. 2569 | nathaorn_som

ARTICLE :  ทำเนียบขาวเดือด! สั่งยึดมือถือล่าตัว "หนอนบ่อนไส้" ปล่อยข่าวลับ Air Force One ลำใหม่

เกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในทำเนียบขาว เมื่อข้อมูลลับสุดยอดด้านความปลอดภัยของเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดี (Air Force One) ลำใหม่หลุดรอดไปถึงหูสื่อมวลชน ร้อนถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งการสายฟ้าแลบให้ตั้ง "War Room" ล่าตัวคนปล่อยข่าว โดยถึงขั้นขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนความตึงเครียดเรื่องความปลอดภัยขั้นสูงสุด แต่ยังลุกลามบานปลายไปสู่การตั้งคำถามเรื่องการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการละเมิดเสรีภาพสื่อในยุคของทรัมป์อีกด้วย



🔵 [จุดเริ่มต้นความโกลาหล: การเปลี่ยนเครื่องบินกะทันหันที่ตุรกี]


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อทรัมป์เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอด NATO ที่ประเทศตุรกี โดยใช้เครื่องบินลำใหม่มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ (ราว 14,300 ล้านบาท) ที่ดัดแปลงมาจาก Boeing 747-8 ซึ่งได้รับมอบเป็นของขวัญจากรัฐบาลกาตาร์

แต่ในเที่ยวบินขากลับ ทรัมป์กลับสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศกะทันหันว่า เขาจะส่งเครื่องบินลำใหม่ล่วงหน้าไปยังฐานทัพอากาศ Mildenhall ในสหราชอาณาจักร โดยอ้างผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าเพียงเพื่อให้ทหารสหรัฐฯ ได้มีโอกาส "เยี่ยมชม" เครื่องบินลำนี้เป็นกลุ่มแรก ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินทางกลับด้วย Air Force One ลำเดิม (VC-25A)

แม้ทรัมป์จะยืนกรานว่าการเปลี่ยนเครื่องบินไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย แต่แหล่งข่าววงในกลับให้ข้อมูลตรงกันข้ามกับ CNN ว่า แท้จริงแล้ว ซูซี่ ไวลส์ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว ได้รับรายงานด่วนถึง "ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย" ของเครื่องบินลำใหม่ จึงรีบแจ้งให้ทรัมป์เปลี่ยนกลับไปใช้เครื่องบินลำเดิมที่มีความปลอดภัยระดับสูงสุดทันที

🔵 [เครื่องบินหรูจากกาตาร์ vs ความปลอดภัยที่ยัง "ไม่ถึงเกณฑ์"]


เครื่องบินลำใหม่นี้เพิ่งถูกนำมาใช้งานจริงเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2026 แม้จะได้รับการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย การสื่อสาร และตกแต่งภายในอย่างหรูหราตามความต้องการของทรัมป์ แต่เจ้าหน้าที่กองทัพและหน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) มองว่าเครื่องบินลำนี้ถูกนำมาใช้งานอย่าง "เร่งรีบ" เกินไป

เมื่อเปรียบเทียบกัน Air Force One ลำเดิม (Boeing 747-200B) ไม่ใช่แค่เครื่องบินพาณิชย์ แต่คือ "ศูนย์บัญชาการติดปีก" ที่สามารถสื่อสารได้ทั่วโลกแม้เกิดสงครามนิวเคลียร์ มีระบบป้องกันขีปนาวุธ และเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศได้ ทำให้บินรอบโลกได้โดยไม่ต้องจอด แหล่งข่าวระบุว่า แม้เครื่องบินจากกาตาร์จะได้รับการติดตั้งระบบป้องกันภัยเร่งด่วน แต่ก็ยังไม่มีความปลอดภัยเทียบเท่ากับเครื่องบินลำเดิมที่ถูกสร้างมาเพื่อคุ้มครองประธานาธิบดีโดยเฉพาะ

(โครงการจัดทำ Air Force One ลำใหม่ 2 ลำตามข้อตกลงเดิม ประสบปัญหาล่าช้า และคาดว่าจะยังไม่พร้อมใช้งานจนกว่าจะถึงปี 2028)



🔵 [ตั้ง "War Room" ล่าหนอนบ่อนไส้ เขย่าขวัญทำเนียบขาว]


ความไม่พอใจของทรัมป์ต่อข้อมูลที่รั่วไหล นำไปสู่การจัดตั้ง "War Room" หรือศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจขึ้นภายใน West Wing ของทำเนียบขาว โดยมี ซูซี่ ไวลส์ และ คาช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI เป็นแกนนำ
ความตึงเครียดพุ่งทะลุปรอท เมื่อเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและผู้ที่ร่วมเดินทางไปตุรกี ถูก "ขอให้มอบโทรศัพท์มือถือ" เพื่อตรวจสอบหาผู้ปล่อยข่าว สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วหน่วยงานรัฐ ถึงขั้นมีอีเมลแจ้งเตือนพนักงานให้รีบติดต่อฝ่ายกฎหมายทันทีหากถูกขอข้อมูลหรืออุปกรณ์ใดๆ

ท่าทีอันแข็งกร้าวนี้สะท้อนจากคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งที่ระบุว่า ข้อมูลที่รั่วไหลถือเป็น "ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ" และทำเนียบขาวจะดำเนินการทุกวิถีทางตามกฎหมายเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ


🔵 [ลุกลามสู่ปม "คุกคามสื่อ" และการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม]


การล่าแม่มดครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในทำเนียบขาว แต่ยังลุกลามไปถึงสื่อมวลชน เมื่อกระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียกนักข่าว 4 คนของหนังสือพิมพ์ New York Times ที่นำเสนอข่าวข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยของเครื่องบิน

เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มผู้สนับสนุนเสรีภาพสื่อ ว่าเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ (First Amendment) โดย เดวิด แม็คครอว์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ New York Times ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนหมายเรียกดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบ

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทำเนียบขาวเข้ามาสั่งการและควบคุมการสอบสวนของ FBI อย่างใกล้ชิดผ่าน คาช พาเทล ยังถูกมองว่าเป็นการก้าวล่วงและละเมิด "ความเป็นอิสระ" ของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน
 


🔵 [บทสรุป: ปกป้องผู้นำ หรือ ปิดปากความจริง?]


ท้ายที่สุดแล้ว มหากาพย์ "ล่าหนอนบ่อนไส้" ในทำเนียบขาวครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องความปลอดภัยทางการบิน แต่มันฉายภาพให้เห็นสไตล์การบริหารแบบ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ของรัฐบาลทรัมป์ได้อย่างชัดเจน 

เครื่องบินหรูมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์จากกาตาร์ลำนี้ มีชนักติดหลังเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" มาตั้งแต่แรก (เพราะกฎหมายสหรัฐฯ ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับของขวัญมูลค่าเกิน 480 ดอลลาร์) แต่ไปๆ มาๆ ปัญหานี้กลับบานปลาย กลายเป็นสมรภูมิรบที่ท้าทายกันระหว่าง อำนาจรัฐ เสรีภาพสื่อ และสิทธิส่วนบุคคล 

คำถามคือ การสั่งริบมือถือลูกน้องเพื่อเค้นหาคนปล่อยข่าว จะช่วยอุดรอยรั่วด้านความมั่นคงได้จริงๆ หรือเป็นเพียงการสร้างบรรยากาศ "เชือดไก่ให้ลิงดู" เพื่อข่มขู่ไม่ให้ใครกล้าปริปากตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล? 

และประเด็นสำคัญที่คนทั้งโลกกำลังจับตามองก็คือ... เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐที่พร้อมงัดทุกข้อกฎหมายมาเล่นงาน เสรีภาพสื่อของสหรัฐฯ จะยังศักดิ์สิทธิ์และแข็งแกร่งพอที่จะขุดคุ้ยความจริงต่อไปได้อีกหรือไม่?

ข่าวล่าสุด