เนชั่นทีวี

Business

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับ พบช่องโหว่การจดทะเบียนต่างชาติสวมรอยตั้งบริษัท

17 ก.ค. 2569 | titayu_pur

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับ พบช่องโหว่การจดทะเบียนต่างชาติสวมรอยตั้งบริษัท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลุยล้างบางนอมินีต่างชาติสวมรอยจดทะเบียน ยอมรับพบช่องโหว่สวมสิทธิชื่อผู้ถือหุ้นก่อนการใช้ระบบออนไลน์

17 กรกฎาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับมาตรการกวาดล้างขบวนการ นอมินีต่างชาติ ที่เข้ามาสวมรอย จดทะเบียนบริษัท ในประเทศไทย หลังตรวจพบช่องโหว่ระบบเก่าปี 2551-2566 ที่กลุ่ม ทุนต่างชาติ ใช้ชื่อคนไทยตั้งไข่ ก่อนแอบเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายใน 1 ปี โดยมีผู้ทำบัญชีไทยคอยเอื้อประโยชน์ ด้านรองอธิบดีสั่งลุยตรวจสอบงบการเงินย้อนหลังเคสเก่าในเชิงลึก พร้อมมั่นใจระบบออนไลน์ใหม่ เชื่อมฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ช่วยสกัดการโกงได้อย่างเบ็ดเสร็จ


ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงระบบการตรวจสอบและมาตรการป้องกันต่างชาติสวมรอยจดทะเบียนบริษัทว่า

 

ปัญหาการสวมสิทธิชื่อผู้ถือหุ้นที่เกิดขึ้น มักเป็นบริษัทที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2566 ซึ่งในขณะนั้นใช้ระบบออนไลน์ในการจัดการเพียงร้อยละ 5 และยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง อีกทั้งในอดีตไม่ได้เรียกดูเลขประจำตัวประชาชนของผู้มาจดทะเบียน โดยให้กรอกเพียงชื่อและนามสกุลเท่านั้น ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนระบบให้กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก แต่ก็ยังไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลหลังบ้านกับกรมการปกครอง

แต่ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนเป็นระบบออนไลน์แบบสมบูรณ์แล้ว ผู้ที่จะจดทะเบียนจะต้องยืนยันตัวตนใน 5 ส่วน และระบบจะเชื่อมตรงกับกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุลภาษาไทย ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษ วันเดือนปีเกิด และเลข 3 หลักหลังบัตรประชาชน ซึ่งต้องตรงกันทั้งหมด ทำให้ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่พบปัญหาชื่อผีหรือการสวมรอยในระบบอีก ส่วนกรณีเก่า ๆ ในอดีต ทางกรมจะนำกลับไปดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง 



ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

สั่งตรวจงบย้อนหลังปี 51-66 สกัดช่องโหว่เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใน 1 ปี พร้อมฟันผู้ทำบัญชีไทยเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน

 

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงมาตรการสกัดกั้นช่องว่างทางกฎหมาย และการกวาดล้างขบวนการนอมินี โดยระบุว่า ต้องยอมรับว่าในอดีตเราอาจจะต้องไล่ตรวจสอบทั้งหมด เพราะพฤติกรรมของขบวนการเหล่านี้ค่อนข้างชัดเจน คือจะเข้ามาตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อคนไทยร้อยละ 100 ก่อน จากนั้นภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ก็จะเปลี่ยนโครงสร้างให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นแทน

 

ปัจจุบันกรมจึงได้ออกกระบวนการและมาตรการมาอุดช่องว่างตรงนี้แล้ว โดยหากบริษัทใดมีการเปลี่ยนแปลงนำต่างชาติเข้ามาถือหุ้นภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่จดทะเบียน จะต้องเข้ามาแสดงตัวตนกับเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่สามารถกดเปลี่ยนผ่านระบบออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติ มาตรการนี้ทำให้ปีนี้ยอดบริษัทที่จดทะเบียน แล้วเปลี่ยนให้ต่างชาติถือหุ้นลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ในส่วนที่เหลือจะค่อย ๆ ตามไปตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

 

นอกจากนี้ ม.ล.ภู่ทอง ยังระบุถึงตัวการสำคัญในการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติ คือกลุ่ม "ผู้ทำบัญชีชาวไทย" และตั้งข้อสังเกตว่า ต่างชาติที่เข้ามาถือหุ้นอ้างว่าไม่รู้เรื่องว่าบริษัทที่จดทะเบียนมีรายได้อะไร แต่กลับมีการส่งงบการเงินทุกปี เนื่องจากมีผู้ทำบัญชีเป็นคนคอยส่งงบการเงินให้ เพราะหากจดทะเบียนบริษัทแล้วไม่ยื่นงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี บริษัทจะถูกขีดชื่อออกเป็นบริษัทร้าง ซึ่งทางกรมจะต้องไปตรวจสอบงบการเงินที่ยื่นมาว่าได้เงินมาจากการทำธุรกิจอะไร รวมถึงเอกสารที่ยื่นว่าถูกต้องหรือไม่

 

-เมื่อถามว่า ชาวต่างชาติมีสิทธิถือหุ้นร้อยละ 100 ในการจดทะเบียนการค้าได้หรือไม่

 

ม.ล.ภู่ทอง กล่าวว่า ตามหลักการแล้ว หากชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นร้อยละ 100 ได้ในบางประเภทธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น เช่น การขนส่งระหว่างประเทศ แต่หากเกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือการครอบครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ จะไม่สามารถทำได้ ดังนั้น ในกลุ่มที่ชาวต่างชาติครอบครองร้อยละ 100 ทางกรมจะต้องไปตรวจสอบว่า เขาทำธุรกิจประเภทใด

ข่าวล่าสุด