เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE: เปิดวาร์ป OKMD AI Playground แพลตฟอร์ม AI ราคา 2.4 ล้านบาท ท้าชนโปรเจกต์ TH-AI Passport 1,621 ล้านบาท ภาษีประชาชนคุ้มค่าแค่ไหน?

02 มิ.ย. 2569 | ธีรวัฒน์ เจริญยศ

ARTICLE: เปิดวาร์ป OKMD AI Playground แพลตฟอร์ม AI ราคา 2.4 ล้านบาท ท้าชนโปรเจกต์ TH-AI Passport 1,621 ล้านบาท ภาษีประชาชนคุ้มค่าแค่ไหน?

หากรัฐบาลสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่รวม AI ระดับโลกมาให้คนไทยใช้ฟรีได้ในราคาเพียงหลักล้าน... ทำไมเรายังต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินภาษีสูงถึงหลักพันล้านบาทเพื่อโครงการที่มีฟังก์ชันใกล้เคียงกัน?

🔵 [เปิดปมสภาเดือด: เมื่อปัญญาประดิษฐ์ราคาสิบหลัก ถูกท้าทายด้วยนวัตกรรมราคาหลักล้าน]


กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีและการเมืองไทยต้อนรับเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างแพลตฟอร์ม OKMD AI Playground ที่พัฒนาขึ้นโดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี กับโครงการยักษ์ใหญ่อย่าง TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 1,621 ล้านบาท

จุดเริ่มต้นของข้อพิพาทนี้เกิดจากการที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร และเปิดเผยข้อมูลใหม่ผ่านรายการ "เนชั่นวิเคราะห์" เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าตนเองได้ทดลองใช้แพลตฟอร์ม AI Playground ของ OKMD แล้วพบว่า มีคุณลักษณะการใช้งานที่ใกล้เคียงกับโครงการ TH-AI Passport อย่างมาก แต่ใช้งบประมาณในการพัฒนาตัวระบบเพียงแค่ประมาณ 2.4 ล้านบาทเท่านั้น!

เรื่องนี้จึงกลายเป็นคำถามสำคัญทันทีว่า "ส่วนต่างงบประมาณที่ห่างกันเกือบ 1,600 ล้านบาทนั้น ถูกนำไปใช้กับอะไร และคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนจริงหรือไม่?"

🔵 [เจาะลึกงบประมาณ: ส่วนต่างเชิงตัวเลขที่สังคมต้องการคำอธิบาย]


เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เราลองมาเปรียบเทียบตัวเลขทางสถิติและโครงสร้างงบประมาณของทั้งสองโครงการแบบหมัดต่อหมัด

หากเราแกะสูตรราคาของ TH-AI Passport มูลค่ารวม 1,621 ล้านบาท โดยหักงบประมาณค่าลิขสิทธิ์และโทเคน AI (Token) ออกไปประมาณ 1,500 ล้านบาท จะพบว่าโครงสร้าง "ระบบพื้นฐาน" (Infrastructure) ที่ยังไม่รวมค่า AI มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 61 ล้านบาท แบ่งเป็น
 

  •  ระบบลงทะเบียนและควบคุมการเข้าถึง: 10 ล้านบาท
  •  ระบบบริหารความเสี่ยงด้านข้อมูล: 32 ล้านบาท
  •  ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผล: 19 ล้านบาท

.
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ OKMD AI Playground ที่เปิดให้บริการใช้งานจริงแล้วในปัจจุบัน โดยใช้งบพัฒนาแพลตฟอร์มเพียง 2.4 ล้านบาท บวกกับงบค่าโทเคนสำหรับการทดสอบระบบอีกประมาณ 500,000 บาท ตัวระบบของ OKMD กลับมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่แทบไม่ต่างจากข้อกำหนดในขอบเขตงาน (TOR) ของกระทรวงดีอี เช่น

  •  การรวบรวมโมเดล AI (AI Aggregator): สามารถเรียกใช้โมเดลระดับโลกกว่า 10 โมเดล เช่น Gemini, ChatGPT, Claude, DeepSeek, Meta AI และ Perplexity บนหนจอเดียว (ขณะที่ TH-AI Passport กำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 8 โมเดล)
  •  ระบบยืนยันตัวตนระดับชาติ: รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ ThaiD เพื่อยืนยันสิทธิ์เช่นเดียวกัน
  •  ระบบบริหารจัดการโควตา: มีการจำกัดสิทธิ์การใช้งานรายวัน (Daily Quota) และแสดงผลการใช้งานแบบ Real-time เพื่อควบคุมงบประมาณ

"จากแพลตฟอร์ม OKMD Playground ทำให้เกิดคำถามมากขึ้นว่า โครงการ TH-AI Passport มีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไปแค่ไหน ทั้งที่โครงการคล้ายกัน OKMD ใช้งบระบบแค่ 2.4 ล้านบาท ขณะที่ 5 ล้านสิทธิ์ในโครงการ TH-AI Passport กลับใช้งานจริงได้แค่ร้อยกว่าคนต่อชั่วโมงเท่านั้น" สส.ภาวุธ ตั้งข้อสงสัย

แล้วในเชิงเทคนิคและเชิงนโยบายล่ะ? แพลตฟอร์มที่มีราคาต่างกันราวฟ้ากับเหวนี้ มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง?



🔵 [มองบวกเชิงนโยบาย: นวัตกรรมราคาประหยัดสู่ "Technical Sandbox" ของรัฐไทย]


หากเรามองผ่านมุมมองเชิงนโยบายและการทรานส์ฟอร์มรัฐ OKMD AI Playground ไม่ได้เป็นเพียงแค่ "เครื่องมือราคาถูก" เท่านั้น แต่กำลังทำหน้าที่เป็น "Technical Sandbox" (สนามทดลองเชิงเทคนิค) และ "Policy Sandbox" (สนามทดลองเชิงนโยบาย) ที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าที่สุดของภาครัฐไทย ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ

  •  เรียนรู้พฤติกรรมจริงของประชาชนก่อนลงทุนใหญ่: การเปิดให้ทดลองใช้ฟรีผ่าน e-member ของ TK Park ช่วยให้รัฐได้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ว่าแท้จริงแล้วคนไทยนิยมใช้ AI ค่ายไหน ทำกิจกรรมอะไรมากที่สุด และมีพฤติกรรมการป้อนคำสั่งอย่างไร
  •  ทดสอบการบริหารจัดการทรัพยากร (Token Economics): ด้วยงบประมาณค่าโทเคนเพียง 500,000 บาท OKMD สามารถทดลองระบบควบคุมโควตารายวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ (Abuse) ซึ่งเป็นบทเรียนชั้นดีก่อนที่รัฐจะนำไปขยายผลในระดับประเทศ
  •  นวัตกรรมฟีเจอร์ "Compare & Contrast": ฟังก์ชันการพิมพ์คำสั่งเพียงครั้งเดียวแต่ได้คำตอบจากหลายโมเดลพร้อมกัน เป็นการเปลี่ยนบทบาทคนไทยจาก "ผู้ยอมรับคำตอบ" ไปสู่ "ผู้เปรียบเทียบคุณภาพเทคโนโลยี" ซึ่งเป็นการสร้างทักษะ AI Literacy (ความเข้าใจและรู้เท่าทัน AI) ให้กับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่นักเรียน SMEs ไปจนถึงฟรีแลนซ์ โดยใช้งบประมาณที่น้อยมาก


ความสำเร็จของ OKMD ในราคาเพียง 2.4 ล้านบาทนี้ กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า "การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของประชาชน ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการใช้งบประมาณมหาศาลเสมอไป หากมีการวางสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) ที่ชาญฉลาดและตรงจุด"



🔵 [ชวนคิดไปข้างหน้า: สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโครงการไอทีภาครัฐ]


เรื่องราวของ OKMD AI Playground และ TH-AI Passport ไม่ควรจบลงที่ความขัดแย้งทางการเมือง หรือการจับผิดงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่สังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นผู้เสียภาษีกลุ่มใหญ่ จะได้เข้ามาร่วมกำหนดทิศทางและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโครงการดิจิทัลของรัฐ

หากหน่วยงานตรวจสอบ เช่น กรมบัญชีกลาง คณะกรรมาธิการงบประมาณ หรือแม้แต่กระทรวงดีอีเอง นำเอาบทเรียนราคาประหยัดจาก OKMD ไปปรับใช้เพื่อลดทอนส่วนต่างราคาที่สูงเกินจริงของโครงการอื่นๆ เราอาจจะมีเงินภาษีเหลือไปพัฒนาสวัสดิการด้านอื่น ๆ ได้อีกมหาศาล

ชวนมองไปข้างหน้าด้วยกัน...
หากเลือกได้ คุณอยากเห็นรัฐบาลไทยนำโมเดล 'เทคโนโลยีราคาประหยัดแต่ใช้งานได้จริง' แบบ OKMD AI Playground นี้ ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงบริการสาธารณะหรือแก้ปัญหาด้านใดของประเทศเพิ่มเติมเป็นอันดับแรก? และเราจะร่วมกันสร้างกลไกตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าทุกบาททุกสตางค์จากภาษีของเราถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร?