เนชั่นทีวี

Nation Story

RECAP : ปัดฝุ่น “แลนด์บริดจ์” บิ๊กโปรเจกต์เชื่อมทะเลใต้…ทำไมต้องสร้าง?

03 พ.ค. 2569

RECAP : ปัดฝุ่น “แลนด์บริดจ์” บิ๊กโปรเจกต์เชื่อมทะเลใต้…ทำไมต้องสร้าง?

เมื่อพูดถึง 'โครงการแลนด์บริดจ์' หลายคนอาจจะเลื่อนผ่านเพราะรู้สึกว่าเป็นอภิมหาโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานที่ดู 'เข้าใจยาก' และ 'ไกลตัว' แต่รู้หรือไม่ว่า โครงการมูลค่าเกือบล้านล้านนี้กำลังจะเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของรัฐบาล และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคใต้!

สรุปแล้วแลนด์บริดจ์คืออะไร? ทำไมรัฐบาลถึงต้องผลักดันสุดตัว? แล้วคนภาคใต้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้น... พวกเขาคิดเห็นอย่างไรกันแน่?

 

🔵 [ทำไมต้องมี "แลนด์บริดจ์"?]

ลองนึกภาพว่า ปกติเรือบรรทุกสินค้าจากฝั่งมหาสมุทรอินเดีย (เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป) จะไปฝั่งแปซิฟิก (เช่น จีน ญี่ปุ่น) ต้องแล่นอ้อมลงไปทางตอนใต้ผ่าน "ช่องแคบมะละกา" ระหว่างสิงคโปร์และอินโดนีเซีย ซึ่งช่องแคบนี้กำลังเผชิญปัญหาใหญ่คือ กำลังจะเต็มความจุในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า รวมถึงความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องอุบัติเหตุทางเรือที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และปัญหา Climate Change ที่ทำให้น้ำตื้นเขินจนเรือใหญ่ผ่านลำบาก

 

ทางออกของรัฐบาล จึงเป็นแนวคิดการสร้าง "สะพานเศรษฐกิจ" หรือ Landbridge ข้ามด้ามขวานไทยไปเลย! โดยจะสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง คือ จ.ระนอง (ฝั่งอันดามัน) เชื่อมกับ จ.ชุมพร (ฝั่งอ่าวไทย) แล้วใช้ระบบรางและมอเตอร์เวย์ขนถ่ายตู้สินค้าข้ามไปมา ไม่ต้องเสียเวลาแล่นเรืออ้อมช่องแคบอีกต่อไป โดยมีเป้าหมายระยะยาวว่าจะสามารถรองรับตู้สินค้าได้ถึง 20 ล้านตู้ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับศักยภาพของท่าเรือสิงคโปร์ในปัจจุบัน

🔵 [รัฐบาลเดินหน้าอย่างไร? กางไทม์ไลน์ฉบับย่อ]

รัฐบาลปัจจุบัน นำโดยพรรคภูมิใจไทย เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก และพยายามสยบเสียงวิจารณ์ต่างๆ โดยกางแผนงานไว้ดังนี้

▪️ ลดดรามาทุนผูกขาด: จากเดิมที่คนกังวลว่าจะให้สัมปทานเอกชนต่างชาติยาวถึง 99 ปี รัฐบาลได้กำหนดกรอบใหม่ "ให้ไม่เกิน 50 ปี" และเม็ดเงินลงทุนจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนล้านบาท (ไม่ใช่ 2 ล้านล้านบาทตามที่เคยมีกระแสข่าว) โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

▪️ พร้อมปรับแก้เพื่อชาวบ้าน: รัฐบาลยืนยันว่า "แนวเส้นทาง" ก่อสร้างสามารถขยับปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้กระทบสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนให้น้อยที่สุด แม้การปรับแก้จะทำให้เอกชนต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นก็ตาม

▪️ ไทม์ไลน์ตอกเสาเข็ม: คาดว่าการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จะจบภายในปี 2570 และตั้งเป้าจะ "เริ่มตอกเสาเข็มได้ในปี 2573" โดยจะค่อยๆ สร้างขยายไปทีละเฟส

 

🔵 [ฟังเสียงชาวบ้าน: คนใต้ว่าไง?]

โปรเจกต์นี้จะไปตั้งอยู่ในบ้านเกิดของคนใต้ แล้วพวกเขาคิดเห็นอย่างไร? ข้อมูลจาก นิด้าโพล (สำรวจช่วง 28-30 เมษายน 2569 จากคนใต้ 14 จังหวัด) สะท้อนภาพที่น่าสนใจมาก

▪️ รู้รึเปล่าว่าคืออะไร? คนใต้เกินครึ่ง (54.43%) บอกว่า "เคยได้ยินนะ แต่เข้าใจแค่นิดหน่อย" (สะท้อนว่ารัฐบาลยังต้องทำการบ้านเรื่องการสื่อสารอีกเยอะ)

▪️ เห็นด้วยไหม? เสียงส่วนใหญ่สนับสนุน! โดยกว่า 67.22% (รวมคนที่เห็นด้วยมากและค่อนข้างเห็นด้วย) มองว่าเป็นโปรเจกต์ที่ดี

▪️ แต่... แอบกังวลอะไรมากที่สุด?

1. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งบกและทะเล (38.03%)

2. วิถีชีวิตชุมชนที่อาจเปลี่ยนไปและการถูกเวนคืนที่ดิน (29.71%)

3. ความกังวลเรื่องการทุจริตและความไม่โปร่งใส (25.81%)

🔵 [ความท้าทายที่ถาโถม...ใครได้ ใครเสีย?]

โครงการนี้เปรียบเสมือนเหรียญสองด้านที่นำมาซึ่งความท้าทายครั้งใหญ่ของรัฐบาล

▪️ ความท้าทายในการรักษาสมดุล (Balance): แม้แต่คนใน ครม. เดียวกันเองก็ยังมีมุมมองที่ต้องนำมาชั่งน้ำหนัก อย่างที่กระทรวงอุตสาหกรรมฝากข้อห่วงใยเรื่องพื้นที่อุทยานแห่งชาติในชุมพรและระนอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องรักษาสมดุลให้ได้ระหว่าง "การเหยียบคันเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ" และ "การแตะเบรกเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม"

▪️ ความคุ้มค่าจริงหรือ?: รายงานการศึกษาของสภาพัฒน์ฯ ร่วมกับจุฬาฯ ชี้ให้เห็นว่าแลนด์บริดจ์มีความคุ้มค่าเป็นอันดับที่ 3 (จาก 4 ทางเลือกในการพัฒนาภาคใต้) รัฐบาลจึงมีหน้าที่หนักในการทำให้โครงการนี้ดึงดูดนักลงทุนและคุ้มค่าที่สุด

▪️ วันที่มีโครงการ ใครได้ ใครเสีย?

✅ ผู้ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์: ระบบเศรษฐกิจภาพรวมของไทย, การสร้างงานสร้างอาชีพในพื้นที่, ธุรกิจโลจิสติกส์ และโอกาสที่ประเทศไทยจะผงาดเป็นฮับการขนส่งแห่งใหม่ของภูมิภาค

❌ ผู้ที่อาจเสียประโยชน์ (หากเยียวยาไม่ดี): ชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดิน, ชาวประมงท้องถิ่นที่อาจสูญเสียแหล่งทำกิน รวมถึงความเสี่ยงต่อระบบนิเวศทางทะเลที่อาจประเมินค่าไม่ได้

 

"แลนด์บริดจ์" ไม่ใช่แค่เรื่องของการเทคอนกรีตสร้างถนน หรือขุดร่องน้ำทำท่าเรือ แต่มันคือการเดิมพันครั้งสำคัญของประเทศ หน้าที่ของรัฐบาลหลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่การโรดโชว์หานักลงทุน แต่คือการลงพื้นที่ "ฟัง" อย่างตั้งใจ และตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า โครงการระดับเกือบล้านล้านนี้จะสร้างกำไรให้ประเทศได้อย่างไรโดยที่ไม่ทิ้งชุมชนและธรรมชาติเอาไว้ข้างหลัง

 

แล้วคุณล่ะ คิดว่าบิ๊กโปรเจกต์นี้คุ้มค่าที่จะให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อหรือไม่...