🔵 [ไทยเสี่ยงแค่ไหน? ตัวเลขที่น่าตกใจ]
ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตกรรมการ กนง. ชี้ว่า ประเทศไทยพึ่งพาพลังงานนำเข้าสุทธิสูงถึง 46% โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่ต้องนำเข้า 85% จากต่างประเทศ
"การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ไทยขาดพลังงานไปเป็นจำนวนหนึ่งในสามของพลังงานทั้งหมด" ศ.ดร.พรายพล ระบุชัด
กล่าวคือ น้ำมันและก๊าซที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมายังไทย คิดเป็น 1 ใน 3 ของพลังงานที่ไทยใช้ทั้งประเทศ ทั้ง LNG จากกาตาร์และโอมาน รวมถึงน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบีย UAE คูเวต
นักวิชาการยังเตือนว่า หากการปิดกั้นยาวนาน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ ซึ่งจะฉุดค่าไฟแพงขึ้น ราคาสินค้าพุ่ง และซ้ำเติมเงินเฟ้อที่กำลังรุมเร้าเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว
🔵 [รัฐบาลไทยรับมืออยู่ไหม?]
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมายืนยันว่า ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ไทยมีน้ำมันสำรองรวมกัน 7,660 ล้านลิตร เพียงพอใช้ได้ 60 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันในคลัง 4,877 ล้านลิตร (ใช้ได้ 38 วัน) และน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งผ่านช่องแคบแล้วอีก 1,666 ล้านลิตร
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานได้ออกคำสั่งด่วน 3 มาตรการ ได้แก่ ระงับการส่งออกน้ำมัน, เปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน และเตรียมใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคา เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน
อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.พรายพล ตั้งข้อสังเกตว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันติดลบอยู่แล้วกว่า 36,000 ล้านบาท หากต้องอุดหนุนราคาเพิ่มอีก ภาระหนี้จะพุ่งสูงขึ้นอีกมาก