svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : "Anyone Can Frog": ถอดรหัส ‘ม็อบกบต้านทรัมป์’ เมื่ออารมณ์ขัน คืออาวุธที่เผด็จการแพ้ทาง

25 ก.พ. 2569

ลืมภาพจำของการประท้วงที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด การปะทะ และควันแก๊สน้ำตาไปก่อน เพราะภาพที่ปรากฏบนท้องถนนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนการแถลงนโยบายประจำปี ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับเต็มไปด้วยสีสันของความ "ตลกร้าย"

เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงเลือกสวม  "ชุดกบเป่าลม" สีเขียวสดใส ออกมารวมตัวกันหน้าอาคารรัฐสภา

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างคอนเทนต์เรียกยอดไลก์บนโซเชียลมีเดีย แต่มันคือการใช้สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ เพื่อท้าทายกรอบอำนาจนิยม และส่งเสียงเรียกร้องที่จริงจังที่สุด ด้วยวิธีการที่ดูไม่จริงจังที่สุด

🔵 [ภารกิจกบ: เตือนความจำ ‘คำสาบาน’ ต่อรัฐธรรมนูญ]
ท่ามกลางบรรยากาศที่เคร่งขรึมของแคปิตอลฮิลล์ (Capitol Hill) และอาคารสำนักงานวุฒิสภารัสเซลล์ ภาพของกองทัพกบเป่าลมที่เดินขบวนไปมาเพื่อล็อบบี้นักการเมือง กลายเป็นภาพสะท้อนความตื่นตัวของภาคประชาชนที่ทรงพลัง

พวกเขาใช้ความโดดเด่นของชุดกบเป็นเครื่องมือดึงดูดสายตา เพื่อสื่อสารข้อความที่หนักแน่นเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย



"ฉันมาที่นี่เพื่อแสดงให้โดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันเห็นว่า พวกเราประชาชนต้องการให้พวกเขายึดมั่นในรัฐธรรมนูญ" หนึ่งในผู้ประท้วงชุดกบกล่าว



ในขณะที่ผู้ประท้วงอีกรายที่ใช้นามแฝงสุดกวนว่า 'Slurmit the Frog' ได้ตอกย้ำประเด็นนี้อย่างเจ็บแสบว่า บรรดาผู้แทนฯ ที่นั่งอยู่ในสภานั้น ดูเหมือนจะหลงลืมไปแล้วว่าพวกเขาได้ลงนามสาบานตนเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ "ไม่ใช่เพื่อรับใช้กฎเกณฑ์ของคนที่อยากตั้งตนเป็นเผด็จการ"

🔵 [ย้อนรอย ‘พอร์ตแลนด์โมเดล’: เมื่อความฮา ปะทะ ชุดปราบจลาจล]
จุดกำเนิดของยุทธการ "กบต้านอำนาจ" นี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นที่ดี.ซี. แต่ต้องย้อนกลับไปในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2025 ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน

ในตอนนั้น กลุ่มนักเคลื่อนไหวต้องการประท้วงต่อต้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) แทนที่จะเลือกวิธีเผชิญหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกเขากลับเลือกสวมชุดสัตว์เป่าลมสารพัดชนิด ทั้งกบ ฉลาม ยูนิคอร์น และทีเร็กซ์ออกมาเต้นรำประชันหน้ากับแนวตำรวจปราบจลาจลที่ติดอาวุธหนัก
เต็มอัตราศึก

เป้าหมายหลักของกลยุทธ์นี้ คือการทำลายวาทกรรมของคณะบริหารทรัมป์ ที่มักตีตราว่ากลุ่มผู้ประท้วงคือพวกนิยมความรุนแรงและเป็นกลุ่มคนที่ "เกลียดชังอเมริกา"

ผลลัพธ์ที่ได้คือชัยชนะทางภาพลักษณ์ ภาพการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจหน้าเครียดกับกองทัพสัตว์เป่าลมสุดน่ารักกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก พิสูจน์ให้เห็นว่า ในบางสถานการณ์ "อารมณ์ขัน" คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด 

🔵 [“Anyone Can Frog”: สัญลักษณ์การต่อต้านที่ ‘ใครๆ ก็เป็นได้’]
การเลือกใช้ "ชุดกบ" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันถูกยกระดับให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านที่เปิดกว้าง ดังที่ Slurmit the Frog สรุปไว้ว่า “กบได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้าน เพราะใครๆ ก็เป็นกบได้ (Anyone can frog)”

ชุดกบช่วยลดทอนความน่าเกรงขามของอำนาจรัฐ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าจะรับมือกับความไร้สาระนี้อย่างไร และเปลี่ยนบรรยากาศการประท้วงให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ มันทำลายความพยายามของรัฐในการสร้างภาพ "ผู้ร้าย" ให้กับผู้เห็นต่าง และยืนยันว่าการปกป้องประชาธิปไตย ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความรุนแรงเสมอไป

ปรากฏการณ์ "ชุดกบ" สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการต่อสู้ภาคประชาชนในยุคที่ "ภาพลักษณ์" มีผลต่อการรับรู้ของสังคมพอๆ กับ "ข้อเรียกร้อง"

การใช้อารมณ์ขันและความตลกร้ายเข้ามาจับคู่กับประเด็นการเมืองที่ซีเรียส คือเครื่องมืออันชาญฉลาดที่ช่วย "ปลดอาวุธ" วาทกรรมความรุนแรงของรัฐได้อย่างหมดจด ในอนาคต สัญลักษณ์แห่งการต่อต้านอาจเปลี่ยนจากกบเป็นอย่างอื่น แต่หัวใจสำคัญยังคงเดิม นั่นคือการยืนหยัดเพื่อเสรีภาพ ในรูปแบบที่อำนาจนิยมไม่สามารถคาดเดา และไม่มีวันเข้าใจ