เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : เวเนฯ 2.0? สหรัฐฯ ฟ้อง “คาสโตร” บีบกล่องดวงใจ “คิวบา”

24 พ.ค. 2569 | nathaorn_som

OPINION : เวเนฯ 2.0? สหรัฐฯ ฟ้อง “คาสโตร” บีบกล่องดวงใจ “คิวบา”

ในขณะที่สงครามอิหร่านยังไม่มีบทจบ สมรภูมิใหม่ก็กำลังสุ่มเสี่ยงจะปะทุขึ้นในอนาคตอันใกล้ หลังแคมเปญกดดันคิวบาของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกยกระดับความเข้มข้นขึ้นอีกขั้น จากการประกาศดำเนินคดี “ราอูล คาสโตร” อดีตผู้นำและน้องชายของฟิเดล คาสโตร วัย 94 ย่าง 95 ปี

สหรัฐฯ ทยอยเพิ่มมาตรการกดดันคิวบาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีใหม่ โดยเฉพาะการตัดช่องทางนำเข้าน้ำมัน จนรัฐบาลคิวบายอมรับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “น้ำมันหมดประเทศ” ส่งผลให้ไฟดับตลอดทั้งวัน ทำให้ประชาชนเริ่มหมดความอดทน ออกมาประท้วงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์สหรัฐฯ ก็ยังคงออกมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่กับรัฐมนตรีและนายทหารระดับสูง 11 ราย ยังไม่นับการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมุ่งหน้าทะเลแคริบเบียน ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า อาจมีปฏิบัติการทางทหารในอีกไม่นาน และอาจเป็นแบบ “มาดูโรโมเดล” ในเวเนซุเอลาด้วย

 

🔵[คดีเก่า 30 ปี]

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งข้อหาราอูล คาสโตร และพวกอีก 5 คน ฐานสบคบคิดกันฆาตกรรมพลเรือนอเมริกัน 1 กระทง, ฆาตกรรม 4 กระทง, และทำลายเครื่องบินอีก 2 กระทง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยขณะนั้นราอูลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ตำแหน่งที่เขานั่งมาอย่างยาวนานเกือบ 50 ปี จนกระทั่งการเสียชีวิตของฟิเดลพี่ชายทำให้เขาต้องขยับขึ้นมานั่งในตำแหน่งประธานาธิบดี

 

ย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อน เครื่องบินของกลุ่มผู้อพยพชาวคิวบาในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ ที่เรียกตัวเองว่า Brothers to the Rescue ได้ออกปฏิบัติภารกิจช่วยชาวคิวบาที่ตัดสินใจหนีออกนอกประเทศด้วยการล่องแพ เนื่องจากระยะทางระหว่างคิวบาที่ห่างจากแผ่นดินสหรัฐฯ แค่ 90 ไมล์ หรือประมาณ 145 กิโลเมตรเท่านั้น ระหว่างนั้นเครื่องบินรบของคิวบาได้ยิงเครื่องบินของกลุ่ม Brothers to the Rescue ตกไป 2 ลำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย

รัฐบาลคิวบาอ้างว่าเครื่องบินได้รุกล้ำน่านฟ้าของประเทศและตัดสินใจยิงหลังการเตือนหลายครั้งไม่ได้ผล ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเครื่องบินอยู่ในน่านฟ้าสากล หลังจากนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคของประธานาธิบดีบิล คลินตัน ในขณะนั้นได้ออกมาตรการคว่ำบาตรลงโทษและต่อมาได้มีการดำเนินคดีกับทหารคิวบา 3 นาย แต่ไม่เคยมีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จนกระทั่ง 30 ปีให้หลัง จึงมีการตั้งข้อหากับราอูล คาสโตร

 

🔵[บีบกล่องดวงใจ “คิวบา”]

ราอูล คาสโตร คือฮีโร่ของคนคิวบา เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่ชายปฏิวัติประเทศเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ แม้ปัจจุบันจะได้ส่งมอบตำแหน่งประธานาธิบดีให้กับมิเกล ดิอาซ กาเนลแล้วก็ตาม แต่เขายังคงเป็นผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดของประเทศ และยังคงปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบทหารอยู่ประปราย ล่าสุดก็คือเมื่อวันแรงงานที่ผ่านมา ซึ่งคาสโตรยืนได้ไม่นาน สะท้อนถึงสุขภาพที่ไม่สู้ดีนัก

 

การตั้งข้อหากับราอูล คาสโตร จึงไม่ต่างอะไรกับการบีบ “กล่องดวงใจ” ของคนคิวบา โดยประธานาธิบดีกาเนลได้ออกมาโพสต์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมเพื่อนำไปสู่การรุกรานทางทหารต่อคิวบา ขณะที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยเตือนว่า การบุกคิวบาจะนำไปสู่การนองเลือดในวงกว้าง ส่งสัญญาณว่าคิวบาพร้อมสู้กลับ

 

🔵[เวเนซุเอลา 2.0 ?]

การตั้งข้อหากับคาสโตรทำให้หลายคนอดที่จะเปรียบเทียบกับกรณีของมาดูโรไม่ได้ เพราะสหรัฐฯ ก็เริ่มจากการตั้งข้อหาว่ามาดูโรมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มค้ายาเสพติด จากนั้นจึงส่งกองกำลังพิเศษบุกไปจับตัวเขามาจากกรุงการากัส จนกระทั่งปัจจุบันมาดูโรยังคงถูกควบคุมตัวระหว่างรอดำเนินคดีอยู่ที่นิวยอร์ก แต่อย่าลืมว่าคาสโตรไม่ใช่ประธานาธิบดีแล้ว การจับกุมตัวเขาจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำโดยอัตโนมัติ เหมือนกับรองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ที่ขึ้นมารักษาการแทนมาดูโรในวันต่อมา

อย่างไรก็ตามมีข่าวว่าสหรัฐฯ ก็ต้องการให้คิวบาเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โดยยังไม่มีชื่อที่แน่ชัดว่าต้องการใคร โดยเคสของเวเนซุเอลา ทรัมป์ตัดสินใจเลือกรองประธานาธิบดีในขั้วเดียวกันกับมาดูโร เพราะเชื่อว่าจะบริหารประเทศได้มีเสถียรภาพกว่าการเลือกผู้นำฝ่ายค้านที่มามอบเหรียญรางวัลโนเบลให้เขาถึงทำเนียบขาว แต่ปัญหาก็คือ คิวบาไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน หรือหากดูจากคนที่ ผอ.ซีไอเอ เดินทางมาคุยด้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็คือ ราอูล โรดริเกซ คาสโตร หลานชาย แต่เขาจะทรยศคนในตระกูลตัวเองอย่างนั้นหรือ? ล่าสุดเมื่อวันศุกร์เขายังไปร่วมชุมนุมประท้วงการตั้งข้อหาคุณตาของเขาในกรุงฮาวานาด้วย

 

🔵[ปลดปล่อยคิวบา]

ทรัมป์บอกว่าเขาจะปลดปล่อยคิวบา แต่ในเวลานี้อาจยังไม่ถึงขั้นที่จะมีการ “ยกระดับ” แต่เอาเข้าจริงหากสหรัฐฯ จะบุกเมื่อไหร่ ทรัมป์เองก็คงไม่ได้มาบอกล่วงหน้าอยู่ดี เพียงแต่ตอนนี้เขากำลังง่วนอยู่กับการปิดดีลกับอิหร่าน ขณะที่มาร์โก รูบิโอ ลูกหลานชาวคิวบาอพยพที่กลายมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศยังคงย้ำถึงข้อเสนอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 100 ล้านดอลลาร์แลกกับการ “ปฏิรูป” ประเทศ

 

หากทรัมป์ไม่คิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วสหรัฐฯ จะได้ผลประโยชน์อะไรบ้าง? คิวบาไม่ได้รวยน้ำมัน ไม่ได้มีเศรษฐกิจที่มั่งคั่ง การท่องเที่ยวก็ติดที่โครงสร้างพื้นฐานอันล้าหลัง หนึ่งในเป้าหมายที่เป็นไปได้ก็คือ การกดดันให้เปิดกว้างต่อการลงทุนของภาคเอกชน จากปัจจุบันที่เม็ดเงินทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดย GAESA อาณาจักรธุรกิจของกองทัพคิวบา หรืออย่างน้อยก็สยายปีกสหรัฐฯ เพื่อนำไปสู่การลดอิทธิพลของจีนและรัสเซียลง

 

อนาคตของคิวบาอาจออกได้หลายหน้า ราอูล คาสโตรอาจถูกจับ ประธานาธิบดีอาจถูกเปลี่ยนตัว ที่สำคัญคลื่นผู้อพยพอาจหลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐฯ ได้หากเศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย ในขณะที่เรตติ้งของทรัมป์กำลังดิ่งลงเรื่อยๆ จากสงครามอิหร่าน การเปิดสมรภูมิใหม่ต่อทันทีจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อการเลือกตั้งกลางเทอมกันแน่? นี่คือสิ่งที่ทรัมป์คงต้องคิดทบทวนให้ดีครับ