🔵[ทรัมป์ "อาจ" เข้าร่วม แต่ยังไม่ฟันธง]
เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์เคยเรียกมกุฎราชกุมารว่าเป็น "เพื่อนที่ดี" และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความได้เปรียบของฮูตีในเยเมน เขาตอบว่า "ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี มันจะดีมาก"
แต่พอซาอุฯ ถูกโจมตีล่าสุด แล้วถูกถามถึงการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในความขัดแย้ง ทรัมป์ตอบสั้นๆ ว่า "จะพิจารณาเรื่องนี้" และบอกผู้สื่อข่าวว่าเขา "อาจ" เข้าร่วมการโจมตีตอบโต้ หลังซาอุฯ ประกาศกร้าวว่าจะเอาคืนอย่างแน่นอน
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปนี้ สะท้อนอะไรบ้าง?
🔵[โลกประณาม "การยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย"]
การโจมตีของฮูตีถูกประณามอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ที่ยืนยันการสนับสนุนซาอุฯ
เวส สตรีทติง รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร กล่าวว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธของฮูตี "น่ารังเกียจ" และเป็น "การยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย" ในสงคราม เขาให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า
"สิ่งที่เราได้เห็นในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา คือสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนน่ากังวล เกรงว่าพฤติกรรมของกลุ่มฮูตี ที่มุ่งเป้าโจมตีพื้นที่ของพลเรือนในซาอุดีอาระเบีย กำลังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น"....."นี่เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สหราชอาณาจักรให้การสนับสนุนซาอุดีอาระเบีย ทั้งในด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศและการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เราต้องการเห็นความขัดแย้งนี้ยุติลง การที่กลุ่มฮูตีโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนในลักษณะเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลย"
ด้าน เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) หรือ EC ร่วมประณามว่าเป็น "การยกระดับความรุนแรงที่อันตราย" และเรียกร้องให้ฮูตียุติการโจมตีเป้าหมายพลเรือน
"การโจมตีโดยกลุ่มตัวแทนของอิหร่านเหล่านี้ กำลังผลักดันให้ภูมิภาคตกอยู่ในวังวนแห่งความรุนแรง .... การกระทำดังกล่าว บั่นทอนเสถียรภาพของจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ด้านการขนส่งและพลังงานของโลก ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก การโจมตีที่มุ่งสังหารพลเรือนเช่นนี้ต้องยุติลงทันที"
เธอเสริมว่า สหภาพยุโรป (EU) ขอยืนหยัดเคียงข้างและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับซาอุดีอาระเบีย
ถ้าเสียงประณามมาจากทั่วโลกขนาดนี้ ฝ่ายฮูตีว่าอย่างไร?
🔵[ฮูตีรับว่าอยู่เบื้องหลัง และยังไม่หยุด]
กลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิง คาลิด และระบุว่ายังมีเป้าหมายเป็นโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุฯ ด้วยหลายครั้ง
ภายหลังเหตุโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ กองทัพซาอุฯ แถลงว่ากลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังกลุ่มนี้ "ได้ปฏิบัติการโจมตีครั้งสำคัญ 4 ครั้ง ในช่วง 24 ชั่วโมง โดยใช้ขีปนาวุธนำวิถี (ballistic missiles) ขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) และโดรน"
แล้วทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากตรงไหน?
🔵[ต้นเรื่อง: สงครามเยเมนที่ปะทุรอบใหม่]
สงครามกลางเมืองในเยเมนปะทุขึ้นล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังข้อตกลงหยุดยิงที่สหประชาชาติเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งดำเนินมาสี่ปี ล่มสลายลง เหตุการณ์นี้เกี่ยวเนื่องกับสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น สร้างความสั่นสะเทือนให้ภูมิภาค และกระทบอุปทานและตลาดพลังงาน
ซาอุฯ เป็นผู้นำพันธมิตรนานาชาติที่หนุนรัฐบาลเยเมนทางทหารตั้งแต่ปี 2015 ตอนนี้กำลังถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจนมากขึ้นเรื่อยๆ
🔵[ลูกบอลอยู่ในมือทรัมป์]
สถานการณ์ตอนนี้ขึ้นอยู่กับทรัมป์ ที่บอกผู้สื่อข่าวว่า "มันไม่ดี... ผมไม่พอใจ" แต่ยังไม่ระบุว่าจะเข้าแทรกแซงหรือไม่ และอย่างไร
และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่เขาเป็น "ผู้จุดขึ้น" นั่นเอง
💬แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร?
ความขัดแย้งที่ไกลตัวเรา แต่กระทบน้ำมัน พลังงาน และเศรษฐกิจโลกที่เราทุกคนอยู่ร่วมกัน จะจบลงด้วยการเจรจา หรือจะบานปลายกลายเป็นสงครามที่ใหญ่กว่าเดิม?
และหากสหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมจริง นั่นจะช่วยดับไฟ หรือเติมเชื้อให้ไฟลุกโหมกว่าเดิม?