เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

ชาวกรุงจาการ์ตาต้องสวมหน้ากากสู้มลพิษ

16 ส.ค. 2566 | piyarom

ชาวกรุงจาการ์ตาต้องสวมหน้ากากสู้มลพิษ

แม้ว่าการระบาดของโควิด-19 จะบรรเทาเบาบางลง และหลายประเทศยกเลิกการสวมหน้ากากอนามัยไปแล้ว แต่สำหรับชาวกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย กลับต้องสวมหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพสูงในการกรองอากาศ เพราะอยู่ในเมืองที่มีมลพิษสูง

ทางการกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ต้องเร่งปรับปรุงคุณภาพอากาศอย่างเร่งด่วน ในขณะที่ชาวเมืองต้องสวมหน้ากากอนามัย N-95 เวลาออกนอกบ้าน ทำให้หลายคนพากันทำใจว่า พวกเขายังคงต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ทั้งที่ความเป็นจริง พวกเขากำลังต่อสู้อยู่กับมลพิษในอากาศ 

แม้การสวมหน้ากากอนามัยอาจทำให้รู้สึกรำคาญ แต่ถ้าไม่สวมก็เสี่ยงที่จะหายเอาอนุภาคที่เป็นอันตรายในอากาศเข้าไป หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนกรุงจาการ์ตาเพิ่งจะได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก" 

ชาวกรุงจาการ์ตาต้องสวมหน้ากากสู้มลพิษ

คนขับรถวัยประมาณ 20 ปลาย ๆ คนหนึ่งบอกว่า

"ถ้าผมไม่สวมหน้ากากอนามัยผมอาจจะป่วยจากอากาศที่หายใจเข้าไป ผมจะไม่ออกนอกบ้านถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัย เพราะแม้มลพิษในอากาศจะเลวร้ายขนาดไหน เราก็ยังต้องทำงานกันต่อไป" 

ทางการกรุงจาการ์ตาได้ใช้ความพยายามอย่างเข้มข้น เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะให้ได้โดยเร็ว หลังข้อมูลที่เผยแพร่โดยบริษัทเทคโนโลยีคุณภาพอากาศของสวิสเซอร์แลนด์ IQAir เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ระบุว่ากรุงจาการ์ตาครองแชมป์เมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก หลังติดอันดับท็อปเท็นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นจุดผลักดันให้ทางการต้องเร่งมือในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เพราะถูกสาธารณชนกดดันอย่างหนัก 

ชาวกรุงจาการ์ตาต้องสวมหน้ากากสู้มลพิษ

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด เป็นประธานในการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีและผู้นำภูมิภาคต่าง ๆ เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า คุณภาพอากาศในกรุงจาการ์ตา อยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ 

ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index) หรือ AQI ของเมือง ซึ่งใช้แทนค่าความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศ ซึ่งพบว่าตัวเลขขึ้นไปอยู่สูงกว่า 140 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตัวเลข AQI ในระดับที่ 101 ถึง 150 ถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับกลุ่มคนที่เปราะบาง ในขณะที่ระดับ 150 ถึง 200 ถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับทุกคน 

ชาวกรุงจาการ์ตาต้องสวมหน้ากากสู้มลพิษ

ประธานาธิบดีวิโดโดแสดงความเห็นว่า คุณภาพอากาศไม่ดีเป็นผลมาจากฤดูแล้งที่ยาวนาน ซ้ำเติมการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะและอุตสาหกรรมให้เลวร้ายลง ซึ่งกรุงจาการ์ตาขึ้นชื่อว่ามีสภาพการจราจรที่เลวร้ายที่สุดในโลก และจำนวนยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดรถติดนานหลายชั่วโมง จากสถิติล่าสุดจำนวนยานพาหนะในเมืองหลวงแห่งนี้ ได้เพิ่มจาก 18.7 ล้านคัน เมื่อปี 2561 เป็นมากกว่า 21.7 ล้านคัน เมื่อปี 2564 

ชาวกรุงจาการ์ตาต้องสวมหน้ากากสู้มลพิษ

ข่าวล่าสุด