เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

ยูเอ็นผ่านมติความเกลียดชังทางศาสนา หลังเหตุเผาอัลกุรอานในสวีเดน

12 ก.ค. 2566

ยูเอ็นผ่านมติความเกลียดชังทางศาสนา หลังเหตุเผาอัลกุรอานในสวีเดน

คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รับรองข้อมติเกี่ยวกับความเกลียดชังทางศาสนา หลังการเผาคัมภีรอัลกุรอานในสวีเดนเมื่อเร็ว ๆ นี้ จุดชนวนการประท้วงอย่างกว้างขวางในโลกมุสลิม

ยูเอ็นผ่านมติความเกลียดชังทางศาสนา หลังเหตุเผาอัลกุรอานในสวีเดน ข้อมติว่าด้วยความเกลียดชังทางศาสนา ที่เสนอโดยปากีสถานในฐานะตัวแทนขององค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ได้รับการรับรองจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ด้วยเสียงสนับสนุน 28 เสียง คัดค้าน 12 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียงในการประชุมในวันพุธ (12 กรกฎาคม 2566)

ข้อมติได้รับการยื่นต่อที่ประชุมและมีการอภิปรายเมื่อวันอังคาร มีเนื้อหาเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ทบทวนกฎหมายและอุดช่องโหว่ ที่อาจขัดขวางการป้องกันและการดำเนินคดีต่อการกระทำและการสนับสนุนความเกลียดชังทางศาสนา หลังจากเกิดกรณีการเผาคัมภีร์อัลกุรอานครั้งล่าสุดในสวีเดนเมื่อเดือนมิถุนายน และข้อมติประณามการคัมภีร์อัลกุรอาน ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในบางประเทศในยุโรปและประเทศอื่น ๆ

ยูเอ็นผ่านมติความเกลียดชังทางศาสนา หลังเหตุเผาอัลกุรอานในสวีเดน ปากีสถานและ OIC แสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่ผู้อพยพชาวอิรักฉีกและเผาคัมภีร์อัลกุรอานที่ด้านนอกมัสยิดสำคัญในกรุงสต็อกโฮล์มของสวีเดนเมื่อเดือนที่แล้ว

บิลาวัล ภุตโต ซาร์ดารี รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน กล่าวต่อที่ประชุม UNHCR ผ่านวิดีโอเมื่อวันอังคารว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการปลุกปั่นให้เกิคความเกลียดชัง การเลือกปฏิบัติ และการพยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง  และการกระทำเกิดขึ้นภายใต้การคุ้มครองจากรัฐบาล ที่ทำให้ผู้ก่อเหตุลอยนวลพ้นผิด

นอกจากนี้เรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า “ควรหยุดอ้างเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น” และ “การเงียบ คือ การสมรู้ร่วมคิด”

ยูเอ็นผ่านมติความเกลียดชังทางศาสนา หลังเหตุเผาอัลกุรอานในสวีเดน โวล์กเกอร์ เทิร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยนแห่งสหประชาชาติ บอกในที่ประชุมด้วยว่า การกระทำที่สร้างความโกรธเคืองต่อชาวมุสลิม และศาสนาอื่นใด หรือ กลุ่มชาติพันธุ์  เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ  ไร้ความรับผิดชอบ และผิด

ขณะที่นักการทูตชาติตะวันตกส่วนใหญ่ประณามการเผาคัมภีร์อัลกุรอาน แต่คัดค้านข้อมติ โดยแย้งว่า มติมุ่งปกป้องสัญลักษณ์ทางศาสนามากกว่าสิทธิมนุษยชน และชาติเหล่านี้ยืนยันปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น  ยูเอ็นผ่านมติความเกลียดชังทางศาสนา หลังเหตุเผาอัลกุรอานในสวีเดน