- มูลค่าทางยุทธศาสตร์ที่จำกัด
การที่รัสเซียจะรุกคืบหน้าเข้าไปในยูเครนและเพื่อให้ปูตินบรรลุเป้าหมายในการ "ปลดปล่อยดอนบาส" ซึ่งครอบคลุมภูมิภาคโดเนสก์และลูฮันสก์ รัสเซียจำเป็นต้องยึดเมืองด่านหน้าอย่างบัคห์มุต และการที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญต่อต่อเมืองนี้อย่างมาก จนเกินกว่ามูลค่าทางยุทธศาสตร์ใด ๆ แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องการยึดเมืองนี้ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ต้องฝ่าแนวป้องกันที่แต่ละฝ่ายล้อมกรอบเอาไว้ให้สำเร็จ
สำหรับยูเครน สถานการณ์ในเมืองบัคห์มุตเป็นตัวอย่างหนึ่งของการต่อต้านที่แน่วแน่ เมืองนี้แสดงให้เห็นการสู้รบที่หนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่ยูเครนถูกรุกราน ในทางกลับกันหลังการโจมตีตอบโต้ของยูเครน จนสามารถยึดพื้นที่คืนได้เป็นบริเวณกว้าง กลายเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าอัปยศของรัสเซีย ซึ่งเมื่อรัสเซียเสียหน้า ทำให้กลุ่มทหารรับจ้างของ Wagner Group ที่มีประสบการณ์การสู้รบในซีเรียและประเทศในแอฟริกา ต้องเข้าไปกอบกู้ด้วยการเข้าสู่สมรภูมิที่บัคห์มุตเมื่อปีที่แล้ว
- การสูญเสียบัคห์มุตมีความหมายอย่างไรสำหรับยูเครน
การที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีบอกว่าเมืองนี้ถูกทำลายลงอย่างยับเยิน ได้บ่งชี้เป็นนัยว่ายูเครนได้ปราชัยให้รัสเซียในสมรภูมินี้ และการเสียเมืองอาจส่งผลต่อขวัญและกำลังใจให้แก่ยูเครน ที่ยืนหยัดต้านการบุกมาหลายเดือน ขณะที่ยังไม่มีการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายสูญเสียทหารไปมากน้อยเพียงใด มีแต่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าได้สังหารทหารของฝ่ายตรงข้ามไปหลายร้อยนายในวันเดียว
เมื่อเดือนมีนาคม เซเลนสกีบอกว่า
"ถ้าบัคห์มุตตกเป็นของรัสเซียก็จะทำให้รัสเซียได้เปรียบในการขอเสียงสนับสนุนจากนานาชาติ ในการทำข้อตกลงยุติสงคราม ที่อาจบีบให้ยูเครนต้องประนีประนอมด้วยเงื่อนไขที่ไม่อาจยอมรับได้"
- การยึดบัคห์มุตมีความหมายต่อรัสเซียอย่างไร
การล่มสลายของเมืองอาจเป็นขวัญและกำลังใจอย่างใหญ่หลวงให้แก่รัสเซีย เพราะจะเป็นชัยชนะครั้งสำคัญครั้งแรกในรอบกว่า 10 เดือน หลังจากใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีหลายเมืองของยูเครนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีสัญญาณการรุกคืบ และในทางยุทธศาสตร์ ชัยชนะที่บัคห์มุตสามารถเปิดเส้นทางต่อไปทางตะวันตก ที่อาจไปได้ถึงครามาทอร์สก์ที่มีประชากรประมาณ 150,000 คน ก่อนที่จะเกิดสงคราม