อินโดนีเซียเริ่มเป็นประธานอาเซียนในเดือนมกราคม หลังการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 เมื่อปีที่แล้ว ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงคาดหวังว่า อินโดนีเซียจะยึดมั่นในจุดยืนต่อสถานการณ์เมียนมาที่เข้มงวดมากกว่าประธานอาเซียนคนก่อนๆ คือ ความต้องการให้ นายพล มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ให้เกียรติฉันทามติ 5 ข้อ ที่เขาเคยลงนามในกรุงจาการ์ตาเมื่อ 2 ปีก่อน
ฉันทามตินี้เรียกร้องให้ยุติเหตุรุนแรงในเมียนมาทันที การเจรจาระหว่างทุกกลุ่มจะต้องเกิดขึ้น จะมีการแต่งตั้งทูตพิเศษดูแลสถานการณ์นี้ การยอมรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากอาเซียน และการยอมให้ทูตพิเศษเดินทางเยือนเมียนมาและพบปะกับทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
การจะทำให้ฉันทามตินี้มีความคืบหน้า ไม่แน่ว่า การทูตแบบเงียบๆ ของรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียอาจจะมาถูกทางก็ได้ การทำอะไรแบบเงียบๆ ไม่ได้หมายความว่า หาสาระอะไรไม่ได้ รัฐมนตรีท่านนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทีมงานซึ่งล้วนแต่เป็นนักการทูตผู้เชี่ยวชาญ ที่ก็อาจจะแก้ปัญหานี้แบบเงียบๆ เพราะเล็งเห็นแล้วว่า จะได้ประโยชน์มากกว่า
บรรดากองบรรณาธิการข่าวของจาการ์ตาโพสต์ หวังว่า นาง Retno จะเผยภารกิจในเรื่องนี้ ออกสู่สาธารณชนมากขึ้น พวกเขากำลังเฝ้าคอยข่าวดีที่อาจเกิดขึ้น ในช่วงที่ผู้นำอาเซียนมารวมตัวกันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดผู้นำที่จังหวัด East Nusa Tenggara ของอินโดนีเซียเดือนหน้า
โดยหวังว่า ประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะประกาศความคืบหน้าแบบเป็นเนื้อเป็นหนังในประเด็นของเมียนมากลางที่ประชุม และถ้ารัฐบาลทหารเมียนมายังคงดื้อดึง ทางจาการ์ตาโพสต์ก็อยากให้ผู้นำอินโดนีเซีย เรียกร้องให้ขับเมียนมาออกจากอาเซียน และอนุญาตให้รัฐบาลของฝ่ายต่อต้าน คือ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมา ได้เข้ามาเป็นผู้รับฟังการประชุมกับอาเซียน