เหตุเกิดขึ้นในช่วงที่ชาวบ้านรวมถึงในชุมชนข้างเคียง กำลังเข้าร่วมพิธีเปิดที่ทำการกองกำลังป้องกันประชาชนแห่งใหม่ เป็นการรวมตัวของกลุ่มติดอาวุธอาสาสมัครต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่งก็ได้กระจายกำลังกันไปในหลายพื้นที่ของเมียนมา
ด้านข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ก็ตกใจกับเหตุการณ์นี้ มองว่า เป็นการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ตั้งแต่การฝ่าฝืนหลักสิทธิมนุษยชนไปจนถึงการล่วงละเมิด บางกรณีอาจนับเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติและเป็นอาชญากรรมสงครามได้เลย นับจากทหารยึดอำนาจในเมียนมาเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2021
สงครามกลางเมืองในเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน อีก 1 ล้าน 4 แสนคน ไร้ที่อยู่อาศัย ประชาชนเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากการเปิดเผยของสหประชาชาติ
รัฐบาลทหารเมียนมา ยังคงใช้เครื่องบินจากรัสเซียและจีน ทิ้งระเบิดโจมตีหมู่บ้านของกองกำลังฝ่ายต่อต้าน เนื่องจากกองกำลังภาคพื้นดินเล็งเห็นว่า มันยากที่จะตรงเข้าไปจัดการผ่านเส้นทางต่างๆ เพราะมักถูกลอบโจมตีเป็นประจำ หรือถูกกับระเบิด รวมถึงระเบิดแสวงเครื่อง แต่การใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตี จะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายได้มากกว่า รวมถึงชาวบ้านทั่วไปที่ไม่รู้เห็นกับเรื่องนี้
กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศไปแล้วอย่างน้อย 600 ครั้ง ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ถึง มกราคม 2023 จากการวิเคราะห์ของบีบีซี โดยอิงข้อมูลมาจากกลุ่มจับตาความขัดแย้ง Acled (Armed Conflict Location and Event Data Project )
ด้านรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือรัฐบาลเงาเมียนมา ที่จัดตั้งโดยฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย หลังเกิดเหตุรัฐประหาร ระบุว่า การโจมตีได้คร่าชีวิตพลเรือนไปถึง 155 คน ระหว่างเดือนตุลาคม 2021 และ กันยายน 2022 อย่างเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ( 2022 ) มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน หลังเครื่องบินกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 3 ลูก กลางงานคอนเสิร์ต ที่จัดโดยชนกลุ่มน้อยฝ่ายต่อต้านในรัฐกะฉิ่น นอกจากนี้ยังมีการโจมตีโรงเรียนเกิดขึ้นด้วย ซึ่งนายพล มินอ่องหล่าย หัวหน้ารัฐบาลทหารเมียนมา เคยพูดเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลกำลังจัดการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มต่อต้านที่มีพฤติกรรมก่อการร้าย