แถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่โดยสื่อของทางการของทั้งสองประเทศ ระบุว่า หลังการเจรจาสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กับราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต เปิดสถานทูตและสถานกงสุลภายในเวลา 2 เดือน ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การ "ผ่อนคลาย" ความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก กับอิหร่าน ที่ตะวันตกมั่นใจว่ามีความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ จะมีศักยภาพพอที่ปรับรูปแบบความสัมพันธ์ทั่วทั้งภูมิภาค ที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วนมานานหลายทศวรรษ
ที่ผ่านมา อิหร่านกับซาอุดิอาระเบีย ต่างสนับสนุนฝ่ายที่เป็นปรปักษ์กันในหลายพื้นที่สงคราม รวมทั้งเยเมน ที่อิหร่านสนับสนุนกลุ่มกบฎฮูตี แต่ซาอุดิอาระเบียเป็นผู้นำกองกำลังผสมสนับสนุนรัฐบาล ทั้งยังยืนอยู่คนละฝั่งเพื่อแย่งอิทธิพลในซีเรีย, เลบานอน และอิรัก