นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการบังคับคดีข้อพิพาทเหมืองแร่ ระหว่างกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. ที่กล่าวหาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง นำแร่หินปูน และหินดินดานจำนวนมากไปใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ โดยทำเหมืองออกไปนอกเขตประทานบัตร ทำเหมืองในพื้นที่แนวกันเขต หรือ Buffer Zone ซึ่งกำหนดไว้ว่าไม่ให้ทำเหมือง และทำเหมืองภายในเขตประทานบัตร แต่ผิดเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่กำหนดไว้ จึงฟ้องขอให้บริษัท นำแร่กลับไปถมคืนพื้นที่เดิม และฟื้นฟูสภาพพื้นที่ หากไม่ดำเนินการให้ชำระมูลค่าแร่ ค่าเสียหาย ดอกเบี้ย ค่าภาคหลวง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แทนวิธีเยียวยาแบบถมคืนก่อน หากทำไม่ได้จึงจ่ายเงิน เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คดีนี้ แตกต่างจากคดีเรียกค่าเสียหายทั่วไป