เนชั่นทีวี

ข่าว

คลิปหลุดทุจริตสอบท้องถิ่น สู่การทำลายคู่แข่งการเมือง เจาะลึกสงครามข้อมูลลับ

30 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

คลิปหลุดทุจริตสอบท้องถิ่น สู่การทำลายคู่แข่งการเมือง เจาะลึกสงครามข้อมูลลับ

คลิปหลุดจากทุจริตสอบท้องถิ่น สู่เครื่องมือทางการเมือง เจาะลึกอาวุธสังหารทางการเมืองยุคใหม่ในไทย ที่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่คือสงครามข้อมูลข่าวสาร ดิสเครดิตรัฐบาล และทำลายล้างบุคคล

คลิปหลุดจากทุจริตสอบท้องถิ่น สู่เครื่องมือทางการเมือง เจาะลึกอาวุธสังหารทางการเมืองยุคใหม่ในไทย ที่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่คือสงครามข้อมูลข่าวสาร ดิสเครดิตรัฐบาล และทำลายล้างบุคคล

KEY

POINTS

  • สงครามข้อมูลรูปแบบใหม่: ปรากฏการณ์ "คลิปหลุด" แฉทุจริตบิ๊กเนมข้าราชการ แท้จริงคือขบวนการทำลายล้างทางการเมือง (Character Assassination) หวังผลเขย่าเก้าอี้รัฐบาลและปรับ ครม.
     
  • เจาะลึก 3 เทคนิคอัดเสียงลับ: เผยเบื้องหลังกลวิธีตั้งแต่คนในอัดเองเพื่อหักหลัง-เรียกเงิน, บุคคลที่สามแอบบันทึก (Ambient Bugging), ไปจนถึงการใช้เครื่องมือสปายแวร์ดักฟังระดับโครงข่าย
     
  • กับดักสื่อไทยในยุคความเร็ว: สื่อมวลชนยุค Speed-Driven ตกเป็นเครื่องมือขยายเสียงและโฆษณาชวนเชื่อให้เพจนามแฝง โดยขาดการตรวจสอบเทคโนโลยี Deepfake ส่งผลให้เป้าหมายถูกประหารชีวิตทางสังคมทันที

30 มิถุนายน 2569 สังคมไทยกำลังเผชิญกับ สงครามข้อมูลข่าวสาร รูปแบบใหม่ หลังเกิดเหตุการณ์ คลิปหลุด แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ลามถึงบิ๊กเนมระดับกระทรวงเมื่อไม่นานมานี้ โดยกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังได้ใช้เทคนิค อัดเสียงลับ และการฟอกขาวข้อมูลผ่านเพจนินาม เพื่อเป้าหมายในการเขย่าเก้าอี้รัฐบาล และทำลายล้างทางการเมือง ซึ่งนักวิชาการชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญชี้ว่า นี่คือกลยุทธ์ Character Assassination ที่จงใจใช้สื่อไทยเป็นเครื่องมือขยายเสียง ประหารชีวิตทางสังคมก่อนกระบวนการยุติธรรมจะเริ่มขึ้น


อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยถึงเบื้องลึกของขบวนการนี้ว่าเป็น Information Warfare มีตั้งแต่เทคนิคการแอบอัดเสียงวงในที่ยากจะจับผิด การจงใจไกด์บทสนทนาทวนชื่อซ้ำๆ อย่างผิดธรรมชาติ ไปจนถึงกระบวนการ "ฟอกขาวข้อมูล" ผ่านเพจนิรนามในต่างแดน โดยมีสื่อกระแสหลักเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ปลุกกระแสสังคมให้ด่วนตัดสินในเกมอำนาจที่ใช้ข้อมูลดิบเป็นอาวุธประหารศัตรู

กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา 

 

เปิด 3 แนวทางเทคนิค "อัดเสียงลับ"

 

จากการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคนิคระบบเสียง (Audio Forensics) โครงสร้างความเป็นไปได้ของการได้มาซึ่งคลิปเสียงมี 3 แนวทางหลัก ดังนี้:
 

1. คนในอัดเอง (In-Call Recording): มักใช้เป็น "หลักประกันการหักหลัง" ในขบวนการสีเทาที่มีผลประโยชน์สูงถึง 350,000 - 800,000 บาทต่อหัว เพื่อป้องกันการถูกเบี้ยวตำแหน่ง หรือใช้ "ส่งงาน" ให้หัวคิวดูว่า ดีลสำเร็จแล้วเพื่อเรียกเก็บเงิน


2. บุคคลที่สามแอบบันทึก (Ambient Bugging): มักเป็นคนใกล้ชิด เช่น เลขานุการ หรือผู้ติดตาม ที่วางสมาร์ตโฟนคว่ำหน้าบนโต๊ะหรือเปิดแอปบันทึกเสียงในกระเป๋าเสื้อ ซึ่งจุดสังเกตคือเสียงของคนใกล้เครื่องจะชัดมาก แต่เสียงของ "บิ๊กเนม" ที่นั่งหัวโต๊ะจะก้องและมีสัญญาณรบกวน


3. ระบบดักฟังระดับโครงข่าย (Network-Level Wiretapping): การใช้เครื่องมือพิเศษอย่าง IMSI-Catchers หรือสปายแวร์โดยหน่วยงานความมั่นคงหรือทีมปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO เอกชน) ที่ถูกจ้างมาเพื่อเก็บ "คลังอาวุธข้อมูล" ไว้ปล่อยในจังหวะหวังผลทางการเมืองสูงสุด

พิรุธ "บทสนทนาจัดฉาก" ฆ่าทางการเมือง

 

ข้อสังเกตสำคัญในคลิปเสียงยุคใหม่คือการ "จงใจทวนชื่อ-ตำแหน่ง-หน่วยงานซ้ำๆ" ซึ่งผิดธรรมชาติการสนทนาของคนที่ร่วมทุจริตที่มักใช้สรรพนามย่อ เจตนาของการกระทำนี้คือการสร้าง "หลักฐานที่สมบูรณ์ในตัวเอง" เพื่อให้สาธารณชนระบุตัวเป้าหมายได้ทันที เป็นการจงใจฆ่าทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงจังหวะสำคัญ เช่น การปรับ ครม. หรือการโยกย้ายข้าราชการประจำปี
 


สื่อไทย: จากผู้เฝ้าประตูสู่ "เครื่องมือขยายเสียง"

 

ในยุคที่สื่อเน้นความเร็วและยอดไลก์ (Speed-Driven Business Model) สื่อกระแสหลักมักตกเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) โดยการหยิบข้อมูลดิบจาก "เพจแฉนิรนาม" มาขยายผลต่อโดยขาดการตรวจสอบคลื่นเสียงหรือพิสูจน์เทคโนโลยีดีปเฟก (Deepfake) 


ปรากฏการณ์นี้เปรียบเสมือนการใช้เพจนิรนามเป็น "กล่องรับของโจร" เพื่อฟอกขาวข้อมูล โดยที่แอดมินเพจลอยตัวอยู่ต่างประเทศทำให้ยากต่อการดำเนินคดี ผลลัพธ์คือเป้าหมายถูก "ประหารชีวิตทางสังคม" ไปเรียบร้อยก่อนกระบวนการยุติธรรมจะเริ่ม

 

 

ภาพประกอบเนื้อหาที่สร้างจาก AI

 

บทเรียนประวัติศาสตร์และรากเหง้า Eavesdropping

 

อาจารย์พันธุ์ศักดิ์ อาภาขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และโซเชียลมีเดีย ระบุว่าเรื่องอื้อฉาวทางโทรศัพท์ (Telephone scandal) มีมาทุกยุคสมัย ตั้งแต่กรณีวอเตอร์เกต (Watergate) ในสหรัฐฯ ที่ทำให้นิกสันต้องลาออก ไปจนถึงกรณีอีบีซา แอฟแฟร์ (Ibiza Affair) ในออสเตรียที่เป็นการจัดฉากอัดคลิปเพื่อล้มรัฐบาล สำหรับในไทย ประเด็นคลิปเสียงที่พาดพิงปลัดกระทรวงมหาดไทยเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธ แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงก็ได้เกิดขึ้นแล้ว


คำว่า "Eavesdropping" หรือการแอบฟัง มีรากศัพท์มาจากยุคที่คนแอบฟังใต้ชายคาบ้าน (Eaves) ขณะฝนตก (Rain Drops) เพื่อพรางตัว แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปสู่การแทปสายโทรเลข โทรศัพท์บ้าน จนถึงสมาร์ตโฟนและ AI ในปัจจุบัน แต่วัตถุประสงค์ยังคงเดิมคือการสอดรู้สอดเห็น การแบล็กเมล์ และการสร้างอำนาจต่อรองในภาวะวิกฤต


บทสรุปสำหรับสังคมไทยในวันนี้คือ เรากำลังอยู่ในยุคที่ความเป็นส่วนตัวมีความเสี่ยงสูง และข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธโดยมีประชาชนเป็นคณะลูกขุนที่ตัดสินจากความรู้สึก ยิ่งสื่อหมุนตามโลกโซเชียลเร็วเท่าไหร่ ความน่าเชื่อถือตามหลักวารสารศาสตร์ก็ยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น



อาจารย์พันธุ์ศักดิ์ อาภาขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และโซเชียลมีเดีย

 

 

ข่าวล่าสุด