เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

ไม่ใช่นักกีฬาก็เสี่ยง! แพทย์เตือน "เอ็นอักเสบ-เอ็นเสื่อม-เอ็นฉีก" ภัยเงียบจากพฤติกรรมทำซ้ำ ๆ

26 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ไม่ใช่นักกีฬาก็เสี่ยง! แพทย์เตือน "เอ็นอักเสบ-เอ็นเสื่อม-เอ็นฉีก" ภัยเงียบจากพฤติกรรมทำซ้ำ ๆ

อาการปวดตามข้ออย่ามองข้าม! แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเตือน กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุเสี่ยงเผชิญภาวะ "เอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม เอ็นฉีก" จากการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ ชี้หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง อาจทำลายคุณภาพชีวิตและการเคลื่อนไหวในระยะยาว

อาการปวดตามข้ออย่ามองข้าม! แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเตือน กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุเสี่ยงเผชิญภาวะ "เอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม เอ็นฉีก" จากการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ ชี้หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง อาจทำลายคุณภาพชีวิตและการเคลื่อนไหวในระยะยาว

KEY

POINTS

  • ปัญหาเอ็นบาดเจ็บ (เอ็นอักเสบ, เอ็นเสื่อม, เอ็นฉีก) ไม่ได้จำกัดเฉพาะในนักกีฬา แต่เป็นภัยเงียบที่เกิดได้กับคนทั่วไปจากพฤติกรรมการใช้ร่างกายในท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน
  • การบาดเจ็บของเส้นเอ็นมี 3 ระดับหลัก ได้แก่ เอ็นอักเสบ (ปวดเฉียบพลันเมื่อใช้งาน), เอ็นเสื่อม (ปวดเรื้อรังจากการบาดเจ็บสะสม) และเอ็นฉีก (ปวดรุนแรงทันทีจากการกระชาก) ซึ่งมีความรุนแรงและลักษณะอาการต่างกัน
  • กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือพนักงานออฟฟิศ, ผู้ใช้แรงงาน, ผู้มีน้ำหนักเกิน และผู้สูงอายุ โดยแพทย์แนะนำให้รีบพบผู้เชี่ยวชาญหากมีอาการปวดต่อเนื่องนานเกิน 1-2 สัปดาห์ หรือมีอาการบวมและขยับข้อได้ไม่ปกติ

ปัญหาอาการปวดจากเส้นเอ็นกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย ไม่จำกัดเฉพาะนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนักเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้ร่างกายซ้ำ ๆ ผู้ที่ต้องยกของหนักเป็นประจำ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมตามวัย ซึ่งหากละเลยอาการปวดเตือนชั่วคราวและปล่อยให้กลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ก็อาจส่งผลต่อระบบการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้

นพ.วสพล ศุภกิจจานุสันติ์ แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ อธิบายว่า เส้นเอ็น (Tendon) คือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อเข้ากับกระดูก มีบทบาทหลักในการถ่ายทอดแรงเพื่อให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ยกของ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเส้นเอ็นถูกใช้งานหนัก ใช้งานในท่าเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกระชากอย่างเฉียบพลัน อาจนำไปสู่การบาดเจ็บได้หลายรูปแบบ

ไม่ใช่นักกีฬาก็เสี่ยง! แพทย์เตือน "เอ็นอักเสบ-เอ็นเสื่อม-เอ็นฉีก" ภัยเงียบจากพฤติกรรมทำซ้ำ ๆ

เจาะลึก 3 ภาวะบาดเจ็บของเส้นเอ็น: แตกต่างกันอย่างไร?

แม้จะเกิดที่บริเวณเส้นเอ็นเหมือนกัน แต่ทั้ง 3 ภาวะนี้มีกลไกการเกิด ลักษณะอาการ และความรุนแรงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

1. เอ็นอักเสบ (Tendinitis)

มักเกิดจากการใช้งานเส้นเอ็นมัดเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจนเกิดการระคายเคืองและอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะมีอาการปวดระบมชัดเจนขณะใช้งานอวัยวะส่วนนั้น มีจุดกดเจ็บ รู้สึกตึงหรือฝืดบริเวณข้อ โดยอาการมักจะดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อน แต่จะกลับมาเจ็บซ้ำทันทีเมื่อเริ่มขยับใช้งานใหม่

2. เอ็นเสื่อม (Tendinopathy)

เป็นภาวะที่เกิดจากการบาดเจ็บสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ส่งผลให้โครงสร้างและการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อภายในเส้นเอ็นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปและอ่อนแอลง ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดเรื้อรัง เจ็บปวดมากเป็นพิเศษในช่วงเริ่มขยับร่างกายหลังการตื่นนอนหรือหลังการนั่งพักยาว และที่น่ากลัวคือเส้นเอ็นจะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น

3. เอ็นฉีก (Tendon Tear)

ถือเป็นระดับความรุนแรงขั้นสุด เกิดจากแรงดึงหรือแรงกระชากที่รุนแรงเฉียบพลันจนเกินขีดความสามารถที่เส้นเอ็นจะรับได้ไหว ส่งผลให้เนื้อเยื่อฉีกขาดออกจากกันบางส่วนหรือขาดออกจากกันทั้งหมด ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเสียวเฉียบพลันทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ บางรายอาจได้ยินเสียงดัง "ป็อป" ผิดปกติภายในข้อ ร่วมกับมีอาการบวม ช้ำเขียวห้อเลือด และจะไม่สามารถลงน้ำหนักหรือขยับใช้งานข้อส่วนนั้นได้ตามปกติ

ไม่ใช่นักกีฬาก็เสี่ยง! แพทย์เตือน "เอ็นอักเสบ-เอ็นเสื่อม-เอ็นฉีก" ภัยเงียบจากพฤติกรรมทำซ้ำ ๆ

กลุ่มเสี่ยงในชีวิตประจำวัน & ตำแหน่งยอดฮิตที่มักบาดเจ็บ

นพ.วสพล ระบุว่า ในปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคเส้นเอ็นในกลุ่มวัยทำงานและประชาชนทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงและตำแหน่งที่เกิดโรคได้บ่อย ดังนี้

  • พฤติกรรมเสี่ยงยอดฮิต: กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และเมาส์ท่าเดิมเป็นเวลานาน, กลุ่มแม่บ้านที่ต้องบิดผ้าหรือทำความสะอาด, ผู้ใช้แรงงานยกของหนัก, ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ และกลุ่ม "นักกีฬาวันหยุด" (Weekend Warriors) ที่กลับมาออกกำลังกายหนักอย่างเฉียบพลันหลังหยุดพักไปนาน

  • 5 ตำแหน่งยอดฮิตที่พบบ่อย: เอ็นร้อยหวาย, เอ็นหัวไหล่, เอ็นข้อศอก, เอ็นรอบหัวเข่า และเอ็นข้อเท้า

 

สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์ และระบบการวินิจฉัย

แพทย์แนะนำว่า หากคุณมีอาการเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจระบบกระดูกและข้อจากแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว

  • มีอาการปวดเส้นเอ็นต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 1-2 สัปดาห์
  • มีอาการปวดซ้ำ ๆ ทุกครั้งหลังจากเริ่มใช้งานอวัยวะส่วนนั้น
  • มีอาการบวม ช้ำเขียว หรือขยับข้อเหยียด-งอได้ลดลง
  • รู้สึกว่าข้อไม่มีความมั่นคง หลวม หรือควบคุมทิศทางไม่ได้

แนวทางการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เนื่องจากการบาดเจ็บทั้ง 3 ภาวะมีอาการเบื้องต้นที่คล้ายคลึงกัน แต่ใช้ระบบการรักษาที่แตกต่างกัน แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจใช้เทคโนโลยีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การเอกซเรย์ (X-ray), การทำอัลตราซาวนด์เส้นเอ็น (Ultrasound) หรือ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินระดับความเสียหายของเส้นเอ็นและโครงสร้างโดยรอบอย่างแม่นยำ ก่อนจะวางแผนการรักษาที่ตรงจุดต่อไป

"การเข้ารับการประเมินสภาพเส้นเอ็นตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้คนไข้ได้รับการรักษาที่ตรงจุด ลดโอกาสที่โรคจะลุกลามกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง และช่วยเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันหรือเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง" นพ.วสพล กล่าวทิ้งท้าย ฟ

ข่าวล่าสุด