นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้แสดงทัศนะต่อปัญหานี้ว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความเสียหายของผิวการจราจร แต่มีความเกี่ยวเนื่องไปถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ความอับอายในเวทีโลก และศักยภาพการแข่งขันของประเทศ หากตัวเลขดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2569 ของประเทศไทยตกลงไปต่ำกว่ากลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาหรือลาว หรือไปกองรวมอยู่กับกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา จะส่งผลร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก เพราะนักลงทุนจะใช้ค่า CPI เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการตัดสินใจนำเม็ดเงินเข้ามาลงทุน หากไม่มีใครเข้ามาลงทุน ระบบเศรษฐกิจจะฟุบลง ภาษีก็เก็บไม่ได้ เนื่องจากงบประมาณประเทศส่วนใหญ่มาจากภาษีการลงทุน ดังนั้น แม้จะเข้าใจดีว่าผู้ประกอบการเอกชนต้องการทำเวลาและสร้างกำไร แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงวงจรความเสียหายในภาพรวมด้วย
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้กล่าวชื่นชม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สามารถเปิดจุดบกพร่องในระบบตรวจสอบได้ โดยเสนอให้นำระบบปริ้นท์เอาท์สลิป (Print-out Slip) ข้อมูลการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกตั้งแต่ต้นทางออกจากท่าเรือมาใช้ประโยชน์
ซึ่งหากรถคันใดหลีกเลี่ยงไม่เข้าด่านชั่งข้อมูลก็ยังจะปรากฏอยู่ และหากวิ่งออกสู่ถนนหลวงด้วยน้ำหนักที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดก็จะถือว่าเข้าองค์ประกอบความผิดทันที ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและเจ้าพนักงานขนส่งสามารถตรวจสอบและจับกุมได้ทันควัน แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อพิจารณาเพิ่มเติมว่าสลิปข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้ยืนยันเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งในอนาคตควรมีการขยายผลเชิญทางอัยการและศาลมาร่วมพูดคุย เนื่องจากสิ่งทีผู้ประกอบการกลัวที่สุดคือ "การถูกยึดรถบรรทุก" ซึ่งปลายทางกระบวนการยุติธรรมไปจบลงที่ศาล
ด้าน นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี เปิดเผยข้อมูลจากการตรวจสอบตู้คอนโทรลเก็บเงินที่ท่าเรือแหลมฉบังพบว่า มีรถบรรทุกวิ่งเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือใกล้เคียงเฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 15,000 คัน ซึ่งตามหลักการหากน้ำหนักไม่เกินตั้งแต่จุดสตาร์ต (Start) ก็จะไม่เกิดการทุจริตเรียกรับส่วยสติกเกอร์ และไม่สูญเสียงบประมาณซ่อมถนน แต่ปัญหาที่สมาคมขนส่งแหลมฉบังสะท้อนออกมาคือ รถบรรทุกบางคันมีน้ำหนักปกติเมื่อออกจากท่าเรือ แต่มีการไป "แอบเติมสินค้าเพิ่มระหว่างทาง" เพื่อให้ได้ปริมาณมากในการวิ่งเที่ยวเดียวจนน้ำหนักเกินในที่สุด
จากการตรวจสอบสถิติย้อนหลังพบว่า ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีรถบรรทุกน้ำหนักเกินถูกดำเนินคดีเพียงปีละ 2-3 คันเท่านั้น จากจำนวนรถทั้งหมดหลายแสนคัน ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ชลบุรี จึงตั้งเป้าหมายบูรณาการข้อมูลร่วมกับการท่าเรือแหลมฉบัง ตำรวจภูธรในพื้นที่ ตำรวจทางหลวง และขนส่งจังหวัด หากระบบตรวจสอบพบรายงานรถน้ำหนักเกินหรือพฤติกรรมผิดปกติในการเข้า-ออกท่าเรือ จะต้องส่งข้อมูลรายงานตรงมายัง ป.ป.ช. และหน่วยงานรับผิดชอบทันที เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐบางรายใช้ดุลพินิจเรียกรับสินบนหรือส่วยสติกเกอร์
นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี
ในส่วนของภาพรวม พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. เล็งเห็นผลกระทบของปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินใน 3 ด้านหลัก คือ
1.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน: ถนนหนทางชำรุดเสียหายและส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยในชีวิตของประชาชนผู้ร่วมใช้ทาง
2.ด้านงบประมาณแผ่นดิน: ถนนที่ควรมีอายุใช้งาน 10 ปี กลับพังเสียหายภายใน 1-2 ปี ทำให้เสียเงินงบประมาณแผ่นดินมาซ่อมแซมซ้ำซากเป็นจำนวนมหาศาล
3.ด้านการทุจริตคอร์รัปชัน: เป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อแลกกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือที่เรียกว่า "ส่วยรถบรรทุก"
พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2
ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ประชาชนพบเห็นได้ง่ายและส่งผลกระทบต่อประเทศโดยตรง ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เคยศึกษากลไกและจัดทำมาตรการข้อเสนอแนะ 6 ข้อเพื่อป้องกันการทุจริตส่งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง ครม. ได้มีมติรับทราบตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2564 พร้อมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมแล้ว
พล.ต.ต.อรุณ กล่าวเน้นย้ำว่า ต่อให้กฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้หนักหนาหรือศักดิ์สิทธิ์เพียงใด แต่หากเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นจริงจังก็ไม่มีประโยชน์
หลังจากนี้ ป.ป.ช. จะลงพื้นที่กวดขันกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด หากพบเจ้าหน้าที่รายใดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช. จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงสุ่มตรวจด่านชั่งน้ำหนักต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อปิดทางช่องว่างการกระทำผิด
รวมถึงการตรวจสอบและจับกุมรถบรรทุกที่ฝ่าฝืนเวลาห้ามวิ่งตามที่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะทุกครั้งที่รถน้ำหนักเกินหลุดรอด ต้นทุนความเสียหายทั้งหมดไม่ได้อยู่กับผู้กระทำผิด แต่ตกเป็นภาระภาษีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
"โชฏิมา จันทร์คง" ทีมข่าวสืบสวนความจริง รายงาน
"สืบสวนความจริง" NationTV22