บทเรียน "งูเห่า" และจุดด่างพร้อยของ Startup ทางการเมือง
“พิจารณ์” ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในช่วงบุกเบิกที่พรรคเติบโตอย่างก้าวกระโดด กระบวนการคัดสรรบุคลากรยังไม่นิ่งพอ ทำให้เกิดปัญหา "งูเห่า" หรือ สส. ย้ายพรรคจำนวนมาก แต่นั่นกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พรรคประชาชนในวันนี้ต้อง "ยกระดับคุณภาพ" อย่างเข้มข้น
"เราอาจจะยังไม่ได้หาบุคคลที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนและหลอมรวมกันได้... มันก็เลยเป็นบทเรียนว่าพอเราเป็นสตาร์ทอัพแล้วเติบโตเร็ว มันมีปัญหาเรื่องการคัดสรร ซึ่งจะเข้มข้นขึ้นในแทบทุกการเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น"
มุมมอง "นักธุรกิจ" ถึง "รัฐไทย": ความละเลยที่ต้องแก้ไข
“พิจารณ์” เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลางระดับล่าง (Middle Lower Class) และทำธุรกิจส่งออกเครื่องมือช่าง เขาเคยเชื่อว่า "ไม่ต้องพึ่งรัฐ" แต่เมื่อเข้ามาสัมผัสงานการเมือง เขาพบความจริงที่เจ็บปวดว่า รัฐไทยมี "ช่องว่าง" มหาศาลที่ละเลยประชาชนและผู้ประกอบการ
"ผู้ประกอบการไทยหลายคนคิดเหมือนผม คือเราไม่เคยคิดว่าเราจะต้องพึ่งรัฐ... แต่พอเรามาทำงานการเมือง เราเริ่มเห็นแล้วว่าบทบาทรัฐสามารถมีส่วนช่วยได้มากกว่านี้เยอะมาก รัฐไทยละเลยในการดูแลประชาชนในทุกเซ็กเตอร์"
People-Centric : เมื่อ "โอกาส" ไม่ควรขึ้นอยู่กับ "ดวง"
เป้าหมายของ”พิจารณ์” คือ การเปลี่ยนรัฐจากการเป็นผู้คุมกฎ มาเป็นผู้สร้าง "โอกาสในการเลื่อนชนชั้น" ผ่านสวัสดิการและการศึกษาที่เท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาหรือต้นทุนครอบครัว
"รัฐมีหน้าที่ทำให้โอกาสในการเลื่อนชนชั้นของประชาชนมันมีมากยิ่งขึ้น... เด็กทุกคนไม่ควรจะขึ้นอยู่กับว่าคุณโชคดีอยู่แล้วหรือเปล่า เพราะในความเป็นจริงมันควรถูกซัพพอร์ตตั้งแต่ต้น ไม่ต้องขึ้นกับดวง ไม่ต้องขึ้นกับต้นทุนของครอบครัว"
ปราบโกง 2 แสนล้าน : "เลิกเชื่อคนดี แต่ให้เชื่อระบบ"
ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือ "การทุจริต" ในงบจัดซื้อจัดจ้างที่เขามองว่าเป็น "ค่าเสียโอกาส" ปีละไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท “พิจารณ์” เสนอให้ใช้ เทคโนโลยี AI และการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) มาเป็นเกราะป้องกันแทนการฝากความหวังไว้ที่ "ตัวบุคคล"
"อย่าไปเชื่อในระบบคน ว่าต้องเอาคนดีมาทำแล้วมันจะไม่เกิดการทุจริต... เราต้องเชื่อในระบบตรวจสอบที่ดี ต่อให้เอาใครมานั่งบริหาร ก็ไม่ต้องกลัวว่าวันหนึ่งคนดีเขาจะเปลี่ยนไปแล้วเขาจะไปโกงกิน เพราะเรามีระบบตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้"
อนาคตและอุดมการณ์ : "ตำแหน่งเป็นเพียงหัวโขน"
“พิจารณ์” ทิ้งท้ายถึงบทบาทของเขาในอนาคตว่า แม้จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือไม่มีตำแหน่ง สส. แต่เขายังคงเดินหน้าในฐานะฟันเฟืองของพรรคประชาชน เพื่อพิสูจน์ว่า "อุดมการณ์" สามารถชนะ "อำนาจ" ได้
"ผมไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องมีตำแหน่งอะไร... สิ่งเดียวที่ผมอยากเห็นคือ อุดมการณ์ของพรรคการเมืองนี้สามารถเติบโต แล้วก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมได้จริงๆ"
การขึ้นมานำของ "พิจารณ์" ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาชน คือ ภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านจาก "การเมืองมวลชน" สู่ "การเมืองเชิงระบบ" ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและการตรวจสอบ ความท้าทายสำคัญคือ เขาจะสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้หรือไม่ว่า ระบบที่เขาพยายามสร้างนั้น "แข็งแกร่งกว่าตัวบุคคล" และสามารถสกัดกั้นการทุจริตได้จริงอย่างที่ประกาศไว้
รับชมคลิป ฉบับเต็ม >>>