พรรคประชาชน ปรับโครงสร้าง ตั้ง “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” เลขาฯคนใหม่
26 เม.ย. 2569

พรรคประชาชน ปรับโครงสร้าง ตั้ง “พิจารณ์” เลขาฯคนใหม่ “สุทธวรรณ” กรรมการบริหารพรรค ส่วน ลิซ่า ทำหน้าที่กระบอกเสียงพรรค
ข่าว
26 เม.ย. 2569

พรรคประชาชน ปรับโครงสร้าง ตั้ง “พิจารณ์” เลขาฯคนใหม่ “สุทธวรรณ” กรรมการบริหารพรรค ส่วน ลิซ่า ทำหน้าที่กระบอกเสียงพรรค
26 เมษายน 2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา พรรคประชาชน(ปชน.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค สส. และสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเปิดการประชุม ชี้แจงการปรับโครงสร้างพรรคและทิศทางในอนาคต ระบุว่า แม้เป็นวาระประชุมอย่างเป็นทางการ แต่ตลอด 2 วันที่ผ่านมา พรรคได้ระดมความคิดร่วมกันอย่างเข้มข้น ไม่ใช่เพียงปัญหาภายในองค์กร หากแต่รวมถึงอนาคตของประเทศ โดยเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่จะพาสังคมไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลง
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา สังคมเผชิญความไม่ชัดเจนหลายด้าน แต่จากการหารือร่วมกัน ทำให้พรรคสามารถตกผลึกและสร้างความชัดเจนได้ 3 มิติ คือ ด้านบุคลากร แนวทางการทำงาน และการประเมินอุปสรรคของประเทศ ควบคู่กับการกำหนด 4 หมุดหมายสำคัญสำหรับปี 2569
สำหรับความชัดเจนด้านบุคลากร เขาแสดงความยินดีกับ สส. ทั้ง 10 คน ที่ยังคงทำหน้าที่ในสภา พร้อมเตรียมเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่ตั้งคำถามถึงทิศทางของพรรค ว่าจะเลือกเป็นพรรคเชิงกระแส หรือพรรคพื้นที่
และย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงไม่อาจเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องเดินควบคู่กัน โดยเฉพาะงานความคิดที่ต้องเข้มข้นและเริ่มจากภายในพรรค เพื่อสร้างเอกภาพทางอุดมการณ์ ก่อนขยายไปสู่สังคมภายนอก
ขณะเดียวกัน การทำงานเชิงพื้นที่ก็เป็นอีกแกนสำคัญ พรรคเตรียมสร้างเครือข่ายแกนนำชุมชน เพื่อปลูกฝังแนวคิดทางการเมืองให้กับประชาชนและคนรุ่นใหม่ พร้อมย้ำจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ใช้วิธี แจกของ สร้างบุญคุณในการเมือง แต่จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นเจ้าของปัญหา และร่วมแก้ไขไปด้วยกัน เนื่องจากปัญหาสำคัญของประเทศไทยไม่ใช่เพียงวิกฤตภายนอก แต่คือความอ่อนแอของระบบการเมืองภายใน ทั้งการครอบงำทางอำนาจ การขาดความโปร่งใส และความไม่ยึดโยงกับประชาชน พร้อมชี้ว่าระบอบอุปถัมภ์และการเมืองกินรวบคืออุปสรรคหลักที่ต้องถูกท้าทาย
1. จัดตั้งคณะรัฐมนตรีเงาทำหน้าที่ตรวจสอบและเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย
2. ขับเคลื่อนงานผ่านกรรมาธิการทั้ง 9 คณะในสภา
3. วางยุทธศาสตร์พื้นที่ เร่งคัดเลือกผู้สมัครทั่วประเทศภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ
4. เดินหน้าสนามเลือกตั้งท้องถิ่น โดยยก ลำพูนโมเดล เป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากสู่ระดับประเทศ
ต่อมานายณัฐพงษ์ ได้เสนอชื่อ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลง พร้อมแต่งตั้ง น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นกรรมการบริหารพรรค ขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคยังคงเดิม
นอกจากนี้ยังฝากสารถึงสมาชิกพรรค โดยหยิบยกแนวคิดของ นายวีระยุทธ์ กาญจนชูฉัตร ที่เน้นย้ำว่า ในยุคโซเชียลมีเดีย แม้ปัจเจกบุคคลจะโดดเด่นได้ง่าย แต่พรรคการเมืองต้องรักษาขบวนการให้เข้มแข็ง ท่ามกลางกระแสข่าวปลอมและการโจมตีทางการเมือง พร้อมย้ำว่าหากพรรคยังยึดมั่นในวินัย อุดมการณ์ และความเป็นเอกภาพ ก็จะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
ทั้งนี้ ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นั่งเลขาธิการพรรคประชาชนคนใหม่ และ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค ส่วน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เป็นโฆษกพรรคปชน.
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่า ทีมงานชุดใหม่พร้อมทำงานเต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนพรรคสู่เป้าหมายการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชนคนใหม่ ระบุว่า ภารกิจสำคัญ คือการต่อยอดแนวทางของพรรคให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกองคาพยพของพรรคทั้ง สส. ทีมจังหวัด และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อให้การทำงานทั้งในและนอกสภาเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อพร้อมย้ำว่า ทุกภารกิจของพรรคต้องตอบคำถามให้ได้ว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร
สำหรับเป้าหมายการเตรียมผู้สมัคร สส. นายพิจารณ์ ระบุว่า พรรคจะเร่งกระบวนการคัดเลือกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้สมัครสามารถลงพื้นที่และสร้างพลังการทำงานได้เร็วขึ้น ปูทางไปสู่การเลือกตั้งในอนาคต
เมื่อถามถึงแรงกดดันจากการรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคในช่วงที่พรรคกำลังเติบโตและอยู่ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้น นายพิจารณ์ กล่าวว่า ความกดดันไม่ใช่ประเด็นแต่สิ่งสำคัญ คือการทำหน้าที่ตามความไว้วางใจของที่ประชุมพรรค โดยจะมุ่งบริหารจัดการให้ทุกองคาพยพของพรรคเดินไปในทิศทางเดียวกันภายใต้เป้าหมายร่วมคือ การทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น และสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม
ขณะเดียวกันพรรคยังเดินหน้าบทบาทฝ่ายค้านเชิงรุก โดยณัฐพงษ์ ระบุว่า จะใช้กลไกสภาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นรวมถึงการผลักดันนโยบายและการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเงาเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล โดยยืนยันว่าโครงสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรางานว่า หลังการแถลงข่าว กลุ่มผู้สนับสนุนนำยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชนพร้อมผลส้มใส่กล่องใสมอบให้กับแกนนำพรรค
ข่าวล่าสุด