3. ปิดฉากโต๊ะเจรจาเทคนิค เร่งส่งไม้ต่อให้ "คณะกรรมการระดับสูง" ลุยพิมพ์เขียว 60 วัน
นายคาเซ็ม ฆารีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและหัวหน้าทีมเทคนิคของอิหร่าน ออกมาระบุว่า กระบวนการเจรจาระดับเทคนิคในสวิตเซอร์แลนด์ได้เสร็จสิ้นลงแล้วด้วยความเรียบร้อย โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมา 4 ชุด เพื่อแยกย้ายกันศึกษารายละเอียดเชิงลึกใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า (Sanctions Relief)
- โครงสร้างและข้อจำกัดในโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน (Nuclear Programme)
- แผนงานฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอิหร่าน (Reconstruction & Economic Development)
- กลไกการตรวจสอบและควบคุมให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (Compliance with MoU)
สำหรับกระบวนการนับจากนี้ การเจรจาในเฟสถัดไปจะอยู่ภายใต้การควบคุมและประเมินผลโดย "คณะกรรมการระดับสูง" (High-level Committee) ซึ่งประกอบไปด้วย รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ, ประธานรัฐสภาและรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน รวมไปถึงนายกรัฐมนตรีของปากีสถานและกาตาร์ เพื่อผลักดันโรดแมป 60 วันให้สำเร็จเป็นรูปธรรม
4. กาลิบาฟ โต้ดราม่าในประเทศ ยันยอมเจรจาเพื่อดับไฟสงครามในเลบานอน
ทางด้านสถานการณ์การเมืองภายในของอิหร่าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X เพื่อชี้แจงและตอบโต้กลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาจัดและสื่อสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ (IRIB) ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะผู้แทนของอิหร่านไม่ควรลดตัวลงไปเปิดโต๊ะเจรจากับประเทศที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างสหรัฐฯ ถึงขั้นประชดประชันว่าอยากให้ปิดสนามบินเมห์ราบัดเพื่อไม่ให้เครื่องบินของคณะทูตออกเดินทาง
"ขอยืนยันกับพี่น้องชาวอิหร่านทุกคนว่า หากในค่ำคืนนั้นคณะผู้แทนของเราตัดสินใจไม่เดินทางไปเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ ในนาทีนี้คราบน้ำมันและหยาดเลือดของพี่น้องชาวมุสลิมและชาวชีอะห์ในประเทศเลบานอนก็คงจะต้องหลั่งไหลและสูญเสียมากกว่านี้อย่างแน่นอน" กาลิบาฟ ชี้แจง
ซึ่งล่าสุดระบบความมั่นคงระบุว่า ข้อตกลง "De-confliction Cell" เพื่อระงับเหตุรุนแรงในเลบานอน รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งน้ำมันสามารถแล่นผ่านได้อีกครั้ง เริ่มส่งสัญญาณบวกในพื้นที่จริงแล้ว