svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

สนุกเกอร์: กีฬาหรือการพนัน? ส่องบทเรียนโลกถึงไทยในวันที่ "เทพไชยา" ผงาด

24 มี.ค. 2569

ร่วมหาคำตอบสนุกเกอร์คือกีฬาหรือการพนัน? เจาะโมเดลอังกฤษ-จีนแก้ปัญหานักสอยคิวพัวพันอบายมุข พร้อมหนุนโมเดลจากความสำเร็จของ "เทพไชยา อุ่นหนู" ปลดล็อกกฎหมายล้าสมัยสู่กีฬาอาชีพสากล

ชัยชนะอันเป็นประวัติศาสตร์ของ "เอฟ นครนายก" หรือ เทพไชยา อุ่นหนู ในรายการเวิลด์ โอเพ่น 2026 ที่เมืองอวี่ซาน ประเทศจีน ไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายสำคัญในเชิงสถิติกีฬาเท่านั้น การล้มตำนานอย่าง รอนนี โอซุลลิแวน พร้อมทำแม็กซิมั่มเบรก 147 แต้ม กลายเป็นแรงเหวี่ยงสำคัญที่กระตุกให้สังคมไทยต้องหันกลับมาทบทวนโครงสร้างทางกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งพันธนาการกีฬาชนิดนี้ไว้มานานเกือบหนึ่งศตวรรษ

 

พันธนาการ 9 ทศวรรษของ "พ.ร.บ. การพนัน"

รากเหง้าของอุปสรรคเชิงโครงสร้างฝังรากอยู่ภายใน พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ซึ่งจัดให้ "บิลเลียดและสนุกเกอร์" อยู่ในบัญชี ข. ลำดับที่ 23 ส่งผลให้กิจกรรมนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงมหาดไทยอย่างเคร่งครัด แม้ว่าในเวลาต่อมาจะมีกฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 และ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มารองรับสถานะกีฬาอาชีพแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติ "สนามฝึกซ้อม" กลับยังคงต้องดำเนินกิจการภายใต้เงื่อนไขที่บีบคั้นศักยภาพของนักกีฬา

นโยบายที่ลักลั่น: เมื่อรัฐส่งเสริม แต่กฎหมายสั่งกัก

ข้อมูลจากการวิเคราะห์พลวัตทางกฎหมายสะท้อนถึงสภาวะ "นโยบายขัดแย้ง" (Policy Dissonance) ที่รุนแรง

  • กรมการปกครอง: มองเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการพนัน เน้นควบคุมศีลธรรมและระเบียบ

  • การกีฬาแห่งประเทศไทย: มองเป็นกีฬาอาชีพที่ต้องยกระดับทักษะและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

  • อุปสรรคเยาวชน: กฎหมายการพนันจำกัดผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ ทำให้เด็กที่มีพรสวรรค์ไม่สามารถฝึกซ้อมในสโมสรมาตรฐานได้โดยสะดวก

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ และ น.ส. รัชนก ศรีนอก (สส. ไอซ์) ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาสื่อสารว่า เมื่อนักกีฬาไทยอย่าง เทพไชยา หรือ "มิ้งค์ สระบุรี" ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกได้ แต่ที่บ้านเกิดกลับยังมองว่ากิจกรรมของพวกเขาเป็นอบายมุข ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และขวัญกำลังใจในระยะยาว

ความสมดุลระหว่าง "การส่งเสริม" และ "การควบคุม"

การพิจารณาปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจากบัญชีพนันมีทั้งโอกาสและความกังวลที่ต้องบริหารจัดการ

โอกาสและข้อดี:

  • การพัฒนาเยาวชน: สถานศึกษาจะสามารถจัดตั้งชมรมกีฬาหรือบรรจุเข้าเป็นวิชาพลศึกษาได้ สร้าง Career Path ที่ชัดเจน
  • เศรษฐกิจสีขาว: เปลี่ยนเงินนอกระบบหรือ "ส่วย" ให้กลับเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้อง และดึงดูดสปอนเซอร์รายใหญ่ให้เข้ามาสนับสนุน

ความกังวลที่ต้องเฝ้าระวัง:

  • บ่อนแฝง: เครือข่ายหยุดพนันกังวลเรื่องการพนันข้างโต๊ะ (Side Betting) ที่อาจทำให้สโมสรกลายเป็นสถานพำนักของนักพนัน
  • การเข้าถึงของเยาวชน: ความกังวลว่าเยาวชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาอาจซึมซับบรรยากาศอบายมุขหากไม่มีการจัดโซนนิ่ง (Zoning) ที่ชัดเจน

สนุกเกอร์: กีฬาหรือการพนัน? ส่องบทเรียนโลกถึงไทยในวันที่ "เทพไชยา" ผงาด

บทเรียนจากมหาอำนาจ: สหราชอาณาจักร และ จีน

ในการปฏิรูปกฎหมายสนุกเกอร์ของไทย การศึกษาโมเดลจากสองประเทศที่เป็นขั้วอำนาจในวงการสอยคิวโลกอย่าง สหราชอาณาจักร (ต้นตำรับ) และ จีน (มหาอำนาจใหม่) จะช่วยให้เราเห็น "พิมพ์เขียว" ของการจัดการที่ประสบความสำเร็จ

1. สหราชอาณาจักร: โมเดลการกำกับดูแลบนพื้นฐานความซื่อสัตย์ (Integrity Model)

ในอังกฤษ สนุกเกอร์ถูกยกระดับจากกิจกรรมในผับสู่กีฬาอาชีพที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยใช้กฎหมาย Gambling Act 2005 เป็นแกนหลักในการแยกแยะระหว่าง "การพนัน" และ "กีฬาอาชีพ"

  • การคัดกรองสถานที่: สถานประกอบการที่มีโต๊ะสนุกเกอร์จะถูกแบ่งประเภทชัดเจน หากเป็นสโมสรกีฬา (Sports Club) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนจากท้องถิ่น แต่ต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กเรื่องการห้ามพนันในพื้นที่ฝึกซ้อม

  • หน่วยงานเฝ้าระวัง (Integrity Unit): สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์อาชีพโลก (WPBSA) มีหน่วยงานอิสระที่ทำงานร่วมกับ Gambling Commission ของรัฐบาล เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของราคาต่อรองในตลาดพนันถูกกฎหมาย หากพบพฤติกรรม "ล็อกผล" (Match-fixing) นักกีฬาจะถูกลงโทษสถานหนัก เช่น การแบนตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศที่สะอาดให้กับกีฬาอาชีพ

  • ระบบเยาวชน: อังกฤษอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าฝึกซ้อมในอะคาเดมี่มาตรฐานได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมายสถานบริการ เพราะมีการแยกใบอนุญาตสโมสรกีฬาออกจากบาร์เหล้าอย่างเด็ดขาด

2. จีน: โมเดลรัฐหนุนเสริมและระเบียบวินัยเหล็ก (State-Led & Discipline Model)

จีนเปลี่ยนจากประเทศที่แทบไม่มีชื่อเสียงด้านสนุกเกอร์ สู่การเป็นเจ้าภาพรายการระดับโลกมากที่สุดในเอเชีย โดยใช้กลยุทธ์ "ปั้นนักกีฬาเป็น Soft Power"

  • ศูนย์ฝึกแห่งชาติ (National Training Centers): รัฐบาลจีนลงทุนสร้างอะคาเดมี่สนุกเกอร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ โดยผนวกการเรียนวิชาสามัญเข้ากับการซ้อมสนุกเกอร์ ทำให้นักกีฬาเยาวชนมีสถานะเป็น "นักเรียนทุนกีฬา" ไม่ใช่นักเล่นในโต๊ะสนุกเกอร์ทั่วไป

  • นโยบาย Zero Tolerance: สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์แห่งประเทศจีน (CBSA) ใช้มาตรการลงโทษที่รุนแรงที่สุดในโลก โดยอ้างอิงจากบทเรียนในปี 2023 ที่มีการแบนนักกีฬาจีนถึง 10 คนจากการพัวพันการพนัน รัฐบาลจีนได้สั่งแบนนักกีฬาเหล่านั้นออกจากวงการกีฬาของประเทศทันที เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์และสร้างมาตรฐานจริยธรรมใหม่ให้นักกีฬารุ่นหลัง

  • การสร้างอุตสาหกรรมในเมืองอวี่ซาน: เมืองที่ "เอฟ นครนายก" เพิ่งคว้าแชมป์ ถูกสร้างให้เป็น "เมืองแห่งสนุกเกอร์" (World Snooker City) โดยมีการตั้งโรงงานผลิตโต๊ะและอุปกรณ์ครบวงจร เป็นการเปลี่ยนจากกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สร้างงานและรายได้มหาศาล

 

บทสรุปสำหรับประเทศไทย: ทางสายกลางสู่ความยั่งยืน

บทเรียนจากทั้งสองประเทศชี้ให้เห็นว่า การปลดล็อกกฎหมายพนันไม่ใช่การปล่อยให้ไร้การควบคุม แต่คือการ "ย้ายบ้าน" ให้สนุกเกอร์ไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานกีฬาที่มีความเชี่ยวชาญ และใช้ระบบใบอนุญาตที่แยกประเภทชัดเจน

  • สโมสรประเภท ก: เพื่อความเป็นเลิศทางกีฬา (เยาวชนเข้าได้, ห้ามพนัน, ห้ามแอลกอฮอล์)
  • สโมสรประเภท ข: เพื่อการนันทนาการ (ควบคุมตามกฎหมายปกติ)

หากไทยทำได้เช่นนี้ ความสำเร็จของ "เอฟ นครนายก" ในปี 2026 จะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบังเอิญ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองที่เด็กไทยสามารถเดินถือ "ไม้คิว" เข้าสนามซ้อมได้อย่างสง่างาม