svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

12 มี.ค. 2569

ส่องประวัติศาสตร์และบทบาทของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่เป็นมากกว่าทหาร จากจุดเริ่มต้นในปี 1979 สู่มหาอำนาจเศรษฐกิจและการทหารที่เขย่าโลกในปี 2026

ส่องประวัติศาสตร์และบทบาทของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่เป็นมากกว่าทหาร จากจุดเริ่มต้นในปี 1979 สู่มหาอำนาจเศรษฐกิจและการทหารที่เขย่าโลกในปี 2026

KEY

POINTS

  • กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เพื่อปกป้องอุดมการณ์และระบอบการปกครองใหม่ของอิหร่านโดยเฉพาะ
  • IRGC ได้พัฒนาจากกองกำลังปฏิวัติสู่การเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลและเป็นเสาหลักอำนาจของประเทศ โดยมีบทบาทลึกซึ้งทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง จนถูกมองว่าเป็น "รัฐซ้อนรัฐ"
  • IRGC มีบทบาทสำคัญในการขยายอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลาง ผ่านหน่วยรบพิเศษ "กองกำลังคุดส์" และการสนับสนุนเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค
  • นอกเหนือจากบทบาททางทหาร IRGC ยังมีอิทธิพลอย่างสูงในภาคเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้างและพลังงาน ซึ่งช่วยเสริมสร้างอำนาจทางการเมือง

การทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านแทบเป็นไปไม่ได้ หากไม่กล่าวถึง “กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม” หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) องค์กรทางทหารที่มีบทบาทเกินกว่าหน้าที่ปกป้องประเทศตามแบบกองทัพทั่วไป

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา IRGC ได้พัฒนาไปสู่สถาบันที่มีอิทธิพลลึกซึ้งต่อการเมือง เศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของอิหร่าน จนถูกนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ภายในโครงสร้างอำนาจของประเทศ

จากจุดเริ่มต้นในช่วงการปฏิวัติอิสลามปี 1979 IRGC เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นกำลังสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลาง โดยมีบทบาททั้งในสงครามตัวแทน การสนับสนุนเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค และการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง รวมถึงโครงการขีปนาวุธและระบบอากาศยานไร้คนขับ

บทบาทที่เพิ่มขึ้นขององค์กรนี้ไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงภายในอิหร่าน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางความขัดแย้งในภูมิภาค และความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับมหาอำนาจโลก

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

จุดกำเนิดของ IRGC ในบริบทการปฏิวัติอิสลาม

รากฐานของ IRGC เกิดขึ้นจากบริบทความไม่ไว้วางใจต่อกองทัพดั้งเดิมของอิหร่าน หลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ซึ่งนำโดย อยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ โคไมนี ผู้นำการปฏิวัติมองว่ากองทัพประจำชาติหรือ “Artesh” ยังคงมีความเชื่อมโยงกับระบอบกษัตริย์ของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ที่ถูกโค่นล้มไป

ความหวาดระแวงดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์การเมืองของอิหร่าน โดยเฉพาะเหตุการณ์รัฐประหารปี 1953 ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี โมฮัมหมัด มอสซาเด็ค ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก เหตุการณ์นั้นสร้างความทรงจำทางการเมืองที่ฝังลึกในหมู่ผู้นำปฏิวัติ

ด้วยเหตุนี้ โคไมนีจึงตัดสินใจจัดตั้งกองกำลังใหม่ขึ้นมาโดยตรง เพื่อทำหน้าที่ปกป้อง “อุดมการณ์ของการปฏิวัติอิสลาม” และค้ำจุนระบอบการปกครองใหม่

IRGC จึงถูกก่อตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 1979 โดยมีภารกิจหลัก ได้แก่

  • ปกป้องระบอบสาธารณรัฐอิสลาม
  • ป้องกันภัยคุกคามต่อการปฏิวัติจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ
  • รักษาอิทธิพลของอุดมการณ์การปฏิวัติในสังคมอิหร่าน

ในช่วงแรก IRGC มีลักษณะเป็นกลุ่มกองกำลังอาสาสมัครและนักปฏิวัติที่รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ แต่ในเวลาต่อมาองค์กรได้พัฒนาโครงสร้างที่เป็นระบบมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในสถาบันทางทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

สงครามอิหร่าน-อิรัก: จุดเปลี่ยนสำคัญของ IRGC

บทบาทของ IRGC ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก ระหว่างปี 1980-1988 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร

สงครามที่ยืดเยื้อเกือบแปดปีทำให้ IRGC ได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางทหาร ทั้งด้านยุทธศาสตร์ การจัดกำลังพล และการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธ ภายใต้สถานการณ์ที่อิหร่านต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรและข้อจำกัดด้านการนำเข้าอาวุธจากต่างประเทศ

ในช่วงเวลาดังกล่าว IRGC ได้สร้างภาพลักษณ์ของตนเองในฐานะ “ผู้พิทักษ์การปฏิวัติ” และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านศัตรูจากภายนอก

ผลลัพธ์สำคัญจากสงครามครั้งนั้น ได้แก่

  1. การขยายกำลังพลและโครงสร้างองค์กร
  2. การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ
  3. การเพิ่มบทบาททางการเมืองของผู้นำ IRGC

หลังสงคราม IRGC ไม่ได้ลดบทบาทลง แต่กลับกลายเป็นองค์กรที่มีอำนาจมากขึ้น และเริ่มขยายอิทธิพลเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

โครงสร้างกำลังของ IRGC

ปัจจุบัน IRGC มีโครงสร้างกำลังที่ซับซ้อนและแยกออกจากกองทัพปกติของอิหร่าน โดยประกอบด้วยหน่วยงานหลักหลายส่วนที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน

หน่วยสำคัญของ IRGC ได้แก่

  • กองกำลังภาคพื้นดิน (IRGC Ground Forces) รับผิดชอบการปฏิบัติการทางทหารภายในประเทศ รวมถึงการรักษาความมั่นคงภายใน
  • กองกำลังทางทะเล (IRGC Navy) มีบทบาทสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย โดยใช้ยุทธศาสตร์สงครามแบบอสมมาตร เช่น เรือเร็วติดอาวุธและทุ่นระเบิดทางทะเล
  • กองกำลังอวกาศและขีปนาวุธ (IRGC Aerospace Force) ดูแลโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงระบบโดรนและเทคโนโลยีอวกาศ
  • กองกำลังคุดส์ (Quds Force) หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ทำหน้าที่ดำเนินภารกิจนอกประเทศ และสร้างเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค
  • กองกำลังบาซิจ (Basij) เครือข่ายกึ่งทหารที่ระดมกำลังจากประชาชน ทำหน้าที่สนับสนุนความมั่นคงภายในและควบคุมการประท้วง

โครงสร้างดังกล่าวทำให้ IRGC สามารถดำเนินปฏิบัติการได้ทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ระดับภูมิภาค และระดับภายในประเทศ

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

เครือข่ายอิทธิพลของ IRGC ในตะวันออกกลาง

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา IRGC โดยเฉพาะกองกำลัง Quds ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางทหารและการเมืองในหลายประเทศของตะวันออกกลาง เครือข่ายเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค

พันธมิตรสำคัญที่มักถูกกล่าวถึง ได้แก่

  • กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
  • กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในอิรัก
  • กองกำลังที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย
  • กลุ่มฮูตีในเยเมน

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวทำให้อิหร่านสามารถสร้างอิทธิพลในหลายพื้นที่โดยไม่ต้องส่งกองทัพประจำการเข้าไปโดยตรง และยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ

 

อิทธิพลทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

หลังสิ้นสุดสงครามอิหร่าน-อิรักในปี 1988 ประเทศจำเป็นต้องฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล รัฐบาลจึงเปิดทางให้ IRGC เข้ามามีบทบาทในโครงการก่อสร้าง ผลลัพธ์คือการก่อตั้งบริษัทวิศวกรรมขนาดใหญ่ Khatam al-Anbiya ซึ่งต่อมาขยายกิจการไปยังหลายอุตสาหกรรมสำคัญ

บริษัทและเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ IRGC ได้เข้าไปมีบทบาทในหลายภาคส่วน เช่น

  • โครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน
  • อุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี
  • การพัฒนาเทคโนโลยีทางทหาร
  • การขนส่งและโลจิสติกส์

การขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าวทำให้ IRGC มีทรัพยากรและอำนาจต่อรองทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

IRGC กับสมดุลอำนาจทางการเมืองของอิหร่าน

ในโครงสร้างการเมืองของอิหร่าน IRGC ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบอบสาธารณรัฐอิสลาม องค์กรนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุดของประเทศ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดเหนือกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อดีตผู้บัญชาการ IRGC จำนวนมากได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล รัฐสภา และองค์กรของรัฐ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างกองทัพกับการเมืองมีความพร่าเลือนมากขึ้น

นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงมองว่า IRGC ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรทางทหาร แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยค้ำจุนโครงสร้างอำนาจของรัฐอิหร่าน

 

บทบาทในภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่

ในบริบทความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค IRGC กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินยุทธศาสตร์ความมั่นคงของอิหร่าน

บทบาทดังกล่าวครอบคลุมหลายมิติ เช่น

  • การพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธ
  • การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางทหาร
  • การดำเนินสงครามตัวแทนในภูมิภาค
  • การป้องปรามคู่แข่งผ่านยุทธศาสตร์อสมมาตร

ในสายตาของรัฐบาลอิหร่าน IRGC คือกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลอำนาจในภูมิภาค และป้องกันการแทรกแซงจากมหาอำนาจภายนอก

เจาะลึกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จากกองกำลังปฏิวัติ สู่เสาหลักอำนาจของอิหร่าน

สถาบันที่กำหนดอนาคตของอิหร่าน

เกือบครึ่งศตวรรษหลังการก่อตั้ง IRGC ได้เปลี่ยนจากกองกำลังนักปฏิวัติขนาดเล็กไปสู่สถาบันที่มีบทบาทกำหนดทิศทางของประเทศในหลายมิติ ทั้งการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ

องค์กรนี้ไม่เพียงเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่ยังเป็นผู้เล่นสำคัญในเกมภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลาง

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคและความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ บทบาทของ IRGC จึงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของอิหร่าน และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางในระยะยาว