ไทม์ไลน์การเริ่มใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ต
มีนาคม 2567 : ลงทะเบียน ยืนยันใช้สิทธิ โดยยึดตามอำเภอของทะเบียนบ้าน
พฤษภาคม-มิถุนายน 2567 : เริ่มใช้เงินครั้งแรก
ตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 : ระยะเวลาสิ้นสุดการใช้เงินของประชาชน
เมษายน 2570 : ระยะเวลาสิ้นสุดการใช้เงินของร้านค้า
ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ "เงินดิจิทัล 10,000 บาท"
ร้านค้าไม่ต้องจด VAT
ร้านค้ารถเข็น ร้านโชว์ห่วย ร้านค้าที่อยู่บนแอพเป๋าตัง ใช้ได้หมด แต่ต้องมีการลงทะเบียนรับสิทธิ และร้านค้าที่จะขึ้นเงินได้ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น
กรณีที่ไม่ได้รับสิทธิ "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" สามารถร่วมโครงการ e-Refund
โครงการ e-Refund เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป
ประชาชนที่ไม่ได้รับสิทธิ "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" สามารถเข้าร่วมโครงการ e-Refund โดยสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลจากการซื้อสินค้าและบริการมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท โดยให้ใบกำกับภาษี มาประกอบการยื่นภาษีบุคคล และรัฐจะคืนเงินภาษีให้
สินค้าและบริการที่ประชาชนซื้อ จะต้องมาจากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีที่ออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเลกทรอนิกส์เท่านั้น
ข้อสังเกตของเงินดิจิทัล
ความเสี่ยงเกิดเงินเฟ้อ เนื่องจากเป็นการอัดฉีดเงินทำให้เงินในระบบเพิ่มขึ้น โดยอุปสงค์ในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อุปทานและปัจจัยการผลิตเท่าเดิม ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นเกิดภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อรุนแรงที่อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ
ที่มาของเงินก็คือการตรากฎหมายพิเศษ “กู้เงิน” 500,000 ล้านบาท ไม่ใช่การบริหารระบบงบประมาณและระบบภาษีตามที่แจ้ง กกต. ไว้เมื่อปลายเดือนเม.ย.2566
ปัญหาต่อไปก็ต้องดูว่ากฎหมายพิเศษที่ว่านี้จะเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังมาตรา 53 หรือไม่อย่างไร เบื้องต้น ก็ต้องดูว่ากฤษฎีกาจะให้ความเห็นอย่างไร
หนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงขึ้น 4% จากระดับหนี้สาธารณะของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 62 % ต่อจีดีพีเป็น 64% ต่อจีดีพี แต่ยังเหลือช่องว่างที่จะกู้ได้อีก 8% หรือราว 1.3 ล้านล้านบาท
เมื่อรัฐบาลประกาศแผนโครงการชัดเจนออกมา อย่างนี้แล้ว ก็คงต้องนับวันรอและติดตามดูว่า เงินดิจิทัลวอลเล็ต จะถูกโอนเข้าสู่กระเป๋าอิเล็กทรอนิสก์ของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้ตามกำหนดที่วางไว้หรือไม่ หรือจะมีเหตุให้สะดุดต้องเลื่อน ออกไปอีก
เพราะยังมีจุดสกัดด้านข้อกฎหมาย อีกหลายด่านให้ต้องตีความและพิจารณาอยู่เช่นกัน ยังไม่นับรวมถึงแรงกระเพื่อมของฝ่ายคัดค้าน ที่จะกลับมาดังขึ้นอีกแน่นอน ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ของรัฐบาล “เศรษฐา” ว่า นอกจากคิดใหญ่ทำเป็น ตามสโลแกนแล้ว พอเอาเข้าจริง จะคิดได้และทำได้หรือไม่ ! ...