svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

แรงซื้อนักลงทุนสถาบันดัน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง

03 พฤศจิกายน 2566

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 15.77 จุด สอดรับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปิดเขียวสดใส ตอบรับตัวเลข PMI การบริการจีนออกมาดี-ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ร่วง จับตาสงครามตะวันออกลางเดือด

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,419.76 จุด บวก 15.77 จุด หรือ 1.12%  โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 1,424.66  จุด และต่ำสุดที่ 1,410.04 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,779.45 ล้านบาท กับ Nation Onlineว่า

ตลาดหุ้นไทยปิดบวกร้อนแรง สอดรับตลาดหุ้นเอเชียที่เขียวยกแผง เช่น ฮ่องกงบวก 2.5% หลังตัวเลข PMI ภาคบริการของจีนเดือนต.ค.แตะที่ระดับ 50.40  จากเดิมเดือนก.ย.อยู่ที่ระดับ 50.20 ประกอบกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหรือบอนด์ยีลด์ร่วง จาก 5% มาอยู่ที่ 4.66% ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น  

สำหรับหุ้นที่ดันตลาดในวันนี้เป็นกลุ่มโรงไฟฟ้า เช่น GPSC บวก 7.4% EA  บวก 4.4% หุ้นที่เชื่อมโยงจีน เช่น IVL บวก 4.5% SCGP บวก3.8% โดยปัจจัยที่ต้องติดตามยังเป็นสงครามในตะวันออกลง  เงินเฟ้อเดือนต.ค.ของไทยคาดติดลบ 0.1% จากเดิมอยู่ที่ 0.3% ประเมินกรอบดัชนีสัปดาห์หน้าที่ 1,400-1,460 จุด 

 

 
 

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยกับ Nation Onlineว่า หุ้นไทยบวกสอดคล้องกับประเทศอื่นในเอเชีย แรงหนุนยังเป็นประเด็นเดิมคือ วงจรดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นปลายทาง Bond yields ลดลง

ด้านมูลค่าการซื้อขายวันนี้พบว่านักลงทุน สถาบันซื้อสุทธิ 3,759.00 ล้านบาท
ในประเทศขายสุทธิ  2,151.18 ล้านบาท บัญชีบล.ขายสุทธิ    1,033.01 ล้านบาทต่างประเทศขายสุทธิ   574.82 ล้านบาทโดยหุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น  ๆ คือ  

🛢 PTTEP  +2.2%d-d  หนุนจากน้ำมันดิบบวกแรง Brent +2.62% ปิดที่ US$ 86.85/barrel หนุนจากและ Dollar อ่อนค่าแรงและรับข่าวสงครามตะวันออกกลางปะทุอีกครั้งหลังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (แรงหนุนจากประเทศอิหร่าน) ประกาศจะเข้าทำสงครามโดยตรงกับอิสราเอล แนะนำ Trading ตามราคาน้ำมันดิบ วางแนวรับ  แรกที่ 162.50 บาท แนวรับถัดไปที่ 161.50 บาท,แนวต้านแรกที่ 167.50 บาท แนวรับถัดไปที่ 171  บาท, Cut loss  < 160.5 บาท

🏢 GPSC +7.4%, BGRIM 4.7%, EGCO 3.1%RATCH +2.3% ฯลฯ จิตวิทยาบวกจาก  1. เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องสู่ระดับ  35.69  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเราประเมินทุก 1 บาทที่แข็งค่ากลุ่มโรงไฟฟ้าจะมี Upside กำไรราว 4+/-% และ 2. Bond Yield Bond Yield ไทย 10 ปีปรับลง -5 bps และ 3.หุ้นส่วนใหญ่อยู่ในโซน Deep Value   โดยรวมยังคงมองบวกต่อ GPSC ([email protected]), GULF([email protected])

-  หุ้น China Plays   IVL +4.5%, SCGP +3.5%, PTTGC  +2.8% , KCE 1.4% ฯลฯ  หนุนจาก 1.) พัฒนาการความสัมพันธ์จีน - สหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังจากจีน ต้อนรับ "Micron Techonology" ขยายการดำเนินธุรกิจในตลาดจีน    2. ความคาดหวังจีนการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เดือน พ.ย. ฯลฯ  ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้น  China Plays

💵 กลุ่มการเงิน  SAWAD 3.3%,TIDLOR 2.9%, JMT 2.2%  ฯลฯ  รับมุมมองบวกจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐผ่าน Peak หลัง US Bond Yield 10 ปี ลงแรงต่ออีก – 10 bps ปิดที่ 4.67% ล่าสุด Bond Yield ไทย 10 ปีปรับลง -5 bps สู่ 3.11% 

👶🏻  SAFE  3.9%, GFC 2%  แรงหนุนมุมมองบวกในธุรกิจ IVF(ให้บริการดูแลผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก, ทำเด็กหลอดแก้ว)  ความคาดหวังบวกจากลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะจีน  โดยปี 2024 เป็นปีมังกรทอง หนุนคาดการณ์รายได้  อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบสัปดาห์หน้าที่  1,444 - 1,405 จุด

แรงซื้อนักลงทุนสถาบันดัน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง