เนชั่นทีวี

Business thai

หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ ! ลุ้นถ้อยแถลง "พาวเวลล์" ส่งสัญญาณดอกเบี้ย

19 ต.ค. 2566 | sukanya_san

หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ !  ลุ้นถ้อยแถลง "พาวเวลล์" ส่งสัญญาณดอกเบี้ย

โบรกมองหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์ดาวน์ในกรอบ  1,425-1,440 จุด นักลงทุนรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดวันนี้ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย แนะนำให้ชะลอการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปยังช่วงหลังวันที่ 1 พ.ย. ระหว่างรอการตัดสินศาลต่อ China Evergrande คัด 6 หุ้นหลบภัย

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยยกเว้นตลาดหุ้นจีน ที่ถึงแม้การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด แต่ความกังวลในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนรอติดตามอย่างใกล้ชิด และยังมีความคาดหวังต่อการเข้ากระตุ้นเศรษฐกิจจากภาคการคลังเพื่อให้การเติบโตของ GDP ปี 2566 บรรลุเป้าหมายของทางภาครัฐที่ 5%

สำหรับจีนรายงานการเติบโตของ GDP ในช่วง 3Q66 ที่ +1.3% QoQ และ +4.9% YoY มากกว่าตลาดคาด ขณะที่ สถิติของเดือน ก.ย. คือยอดค้าปลีกที่เติบโต +5.5% YoY และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ +4.5% YoY ล้วนออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้  อัตราการว่างงานที่ 5.0% ต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 5.2% ยังเป็นการสะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม SSEC และ HSI ปรับตัวลดลง -0.80% และ -0.23% ตามลำดับ จากความกังวลต่อสถานการณ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังเจ้าหนี้ของ Country Garden Holdings Co. ยังไม่ได้รับการชำระดอกเบี้ย ซึ่งจะนับเป็นการผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกของบริษัท

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการนัดพิจารณาคดีของศาลสำคัญของบริษัท China Evergrande Group ในวันที่ 30 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การชำระบัญชีสินทรัพย์ (Liquidation) หากเกิดขึ้นจะกระทบราคาอสังหาฯ ในจีนและระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

 

หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ !  ลุ้นถ้อยแถลง "พาวเวลล์" ส่งสัญญาณดอกเบี้ย

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปรับตัวลดลงเฉลี่ย -1.31% หลังการไปเยือนอิสราเอลของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดคลายความกังวลถึงโอกาสที่สงครามจะขยายตัว สะท้อนจากการขอความร่วมมือของอิหร่านต่อประเทศในกลุ่มมุสลิมในการคว่ำบาตรน้ำมันดิบต่ออิสราเอล ซึ่งนำไปสู่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ BRENT เป็น US$91.50/bbl วานนี้

นอกเหนือจากราคาสินค้าพลังงานที่เร่งตัวขึ้น ปัจจัยทางด้านการเมืองสหรัฐฯ คือการโหวตลงคะแนน (Ballot) ของ Candidate ประธานสภาผู้แทนราษฎรล้มเหลวเป็นครั้งที่ 2 ยังสร้างความกังวลต่อความล่าช้าที่อาจนำไปสู่ Government Shutdown หลังวันที่การขยายเวลาของงบประมาณชั่วคราวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 17 พ.ย. ทั้งสองประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งอายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็น 5.23% และ 4.93% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม คาด SET Index วันนี้เคลื่อนไหว Sideways-down ในกรอบ 1,425-1,440 จุด ยังคงแนะนำให้ชะลอการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปยังช่วงหลังวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งจะได้ความชัดเจนสำหรับการตัดสินศาลต่อ China Evergrande รวมไปถึงการประชุม FOMC สหรัฐฯ แนะนำหลีกเลี่ยงการเข้าเก็งกำไรในกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อ Bond Yield

หุ้นเด่นตัวแรกคือ BLA ราคาเป้าหมาย 28 บาท ราคาหุ้นมีปัจจัยบวก หลังวานนี้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของไทย ปรับตัวขึ้นเป็น 3.33% และกำลังขึ้นทดสอบ High เดิมก่อนหน้าที่ 3.37% ในทิศทางเดียวกับผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ที่ไต่ระดับขึ้นเป็น 4.81%

โดยประเมินว่าเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มประกันชีวิต เนื่องจากจะส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารพันธบัตรรัฐบาลมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น อิง Consensus ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER2567 ราว 9.4 เท่า และให้ Dividend Yield ราว 3.4%

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ BANPU ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท เราคงมุมมองแนวโน้ม  Outperform ต่อหุ้นกลุ่มพลังงานจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ Commodities ได้แก่ น้ำมัน, ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และมีโอกาสไต่ระดับขึ้นหากสถานการณ์มีความตึงเครียดมากขึ้น

แนวโน้มกำไร 3Q66 คาดเติบโต QoQ และ 4Q66 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2567 รวมทั้งมีปัจจัยหนุน คือ โครงการ CCS แห่งแรกจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมทั้งความคืบหน้าในการ Spin-Off BKV เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

หุ้นเด่นอีกตัวตือ BBL ราคาเป้าหมาย 170 บาท กลุ่มธนาคารมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเพื่อเก็งกำไรช่วงสั้น เนื่องจากจะเป็นหุ้นกลุ่มแรกที่รายงานงบ 3Q66 เราคาดกำไรสุทธิที่ 1.14 หมื่นลบ. เติบโต +49% YoY จากการตั้งสำรองที่ลดลงมาก หลัง Coverage Ratio ที่สูงถึง 287% และ NIM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY

จุดเด่นของ BBL คือ สัดส่วนรายได้จากสินเชื่อ Corporate Loan ขนาดใหญ่อยู่ในระดับสูง จึงมีความเสี่ยงต่ำและความสามารถในการชำระคืนหนี้ที่เร่งตัวขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่กลับมาขยายตัว ส่งผลให้ได้ประโยชน์โดยตรงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นช่วยหนุน NIM ในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า ให้ Dividend Yield 3.5%

หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ PTTGC ราคาเป้าหมาย 35.50 บาท ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 35.50 บาท แนวรับ 34.25 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 33.25 บาท ราคา Breakout ผ่านเส้น Downtrend Line ขึ้นมาได้ และ MACD ที่ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line เป็นสัญญาณบวก

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ระบุว่า  คาดการฟื้นตัว SET มีกรอบบนจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,450 และ  1,460 จุด ตามลำดับ โดยมองความไม่แน่นอนเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด และนักลงทุนในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ย ทำให้การฟื้นตัวถูกจำกัด ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,430 และ 1,420 จุด ตามลำดับ

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ BBL   ราคาเป้าหมาย 210 บาท คาดกำไรโตแข็งแกร่งสุดในกลุ่มเพราะ NIM จะขยายตัวมากที่สุด หลังได้ประโยชน์จากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 25 bps ขณะที่ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 20-25 bps และคงดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมี Upside 8 bps 

หุ้่นเด่นตัวต่อมาคือ  BCP  ราคาเป้าหมาย 51 บาท 3Q66 คาดกำไรเติบโต YoY และ QoQ แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นและกำไรสินค้าคงคลัง ขณะที่ valuation ยังไม่แพง โดยมี PER 66F ระดับ 5.3 เท่า และ PBV 0.7 เท่า (-1SD) อีกทั้งคาด Div. Yield ปี 66 น่าสนใจในระดับ 5.7% และจะเพิ่มขึ้นสู่ 8% ในปี 67

 

ข่าวล่าสุด