หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ BANPU ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท เราคงมุมมองแนวโน้ม Outperform ต่อหุ้นกลุ่มพลังงานจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ Commodities ได้แก่ น้ำมัน, ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และมีโอกาสไต่ระดับขึ้นหากสถานการณ์มีความตึงเครียดมากขึ้น
แนวโน้มกำไร 3Q66 คาดเติบโต QoQ และ 4Q66 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2567 รวมทั้งมีปัจจัยหนุน คือ โครงการ CCS แห่งแรกจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมทั้งความคืบหน้าในการ Spin-Off BKV เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
หุ้นเด่นอีกตัวตือ BBL ราคาเป้าหมาย 170 บาท กลุ่มธนาคารมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเพื่อเก็งกำไรช่วงสั้น เนื่องจากจะเป็นหุ้นกลุ่มแรกที่รายงานงบ 3Q66 เราคาดกำไรสุทธิที่ 1.14 หมื่นลบ. เติบโต +49% YoY จากการตั้งสำรองที่ลดลงมาก หลัง Coverage Ratio ที่สูงถึง 287% และ NIM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY
จุดเด่นของ BBL คือ สัดส่วนรายได้จากสินเชื่อ Corporate Loan ขนาดใหญ่อยู่ในระดับสูง จึงมีความเสี่ยงต่ำและความสามารถในการชำระคืนหนี้ที่เร่งตัวขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่กลับมาขยายตัว ส่งผลให้ได้ประโยชน์โดยตรงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นช่วยหนุน NIM ในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า ให้ Dividend Yield 3.5%
หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ PTTGC ราคาเป้าหมาย 35.50 บาท ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 35.50 บาท แนวรับ 34.25 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 33.25 บาท ราคา Breakout ผ่านเส้น Downtrend Line ขึ้นมาได้ และ MACD ที่ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line เป็นสัญญาณบวก
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ระบุว่า คาดการฟื้นตัว SET มีกรอบบนจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,450 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยมองความไม่แน่นอนเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด และนักลงทุนในตลาดรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ย ทำให้การฟื้นตัวถูกจำกัด ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,430 และ 1,420 จุด ตามลำดับ
หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ BBL ราคาเป้าหมาย 210 บาท คาดกำไรโตแข็งแกร่งสุดในกลุ่มเพราะ NIM จะขยายตัวมากที่สุด หลังได้ประโยชน์จากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 25 bps ขณะที่ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 20-25 bps และคงดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมี Upside 8 bps
หุ้่นเด่นตัวต่อมาคือ BCP ราคาเป้าหมาย 51 บาท 3Q66 คาดกำไรเติบโต YoY และ QoQ แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นและกำไรสินค้าคงคลัง ขณะที่ valuation ยังไม่แพง โดยมี PER 66F ระดับ 5.3 เท่า และ PBV 0.7 เท่า (-1SD) อีกทั้งคาด Div. Yield ปี 66 น่าสนใจในระดับ 5.7% และจะเพิ่มขึ้นสู่ 8% ในปี 67