เนชั่นทีวี

Business thai

แรงซื้อนักลงทุนสถาบันหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง

25 ต.ค. 2566 | sukanya_san

แรงซื้อนักลงทุนสถาบันหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง

หุ้นไทยปิดบวก 10.67 จุด Outperform กว่าประเทศฝั่งเอเซียที่บวกเฉลี่ย 0.4% รับข่าวดีจีนอนุมัติออกพันธบัตรระยะกลาง 1 ล้านล้านหยวนเร่งโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ประเมินกรอบพรุ่งนี้ 1,395-1,423  จุด

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,401.70  จุด บวก10.67 จุด หรือ -0.77% โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด  1,414.13 จุด ต่ำสุด 1,399.44  จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย  44,257.39 ล้านบาท กับ Nation Onlineว่า

ตลาดหุ้นไทย Outperform กว่าประเทศฝั่งเอเซียที่บวกเฉลี่ย 0.4%รับข่าวบวกฝั่งจีนอนุมัติออกพันธบัตรระยะกลาง 1 ล้านล้านหยวน เร่งโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ  และ Bond Yields สหรัฐลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลดช่วงบวก โดยมีจิตวิทยาลบจากความตึงเครียดระหว่างจีน – ฮ่องกงกลับมาอีกครั้ง   โดย Sector เกือบทั้งหมดปรับขึ้น  

สำหรับกลุ่มที่หนุนดัชนีหลักๆ ส่วนใหญ่ถูกดึงหุ้นที่อยู่โซนล่าง อาทิ  กลุ่มค้าปลีก  CPALL, CPAXT, กลุ่มปิโตรเคมี อาทิ SCC, PTTGC กลุ่มธนาคาร   SCB, KBANK, KTB ฯลฯ  ด้านมูลค่าการซื้อขายวันนี้พบว่านักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 2,871.04  ล้านบาท บัญชีบล. ขายสุทธิ 571.97 ล้านบาท ต่างประเทศขายสุทธิ  924.21 ล้านบาท ในประเทศขายสุทธิ 1,374.86 ล้านบาท

โดยหุ้นที่ปรับขึ้นและลงและมีปัจจัยหนุนเด่น ๆ คือ
- กลุ่ม China play  อาทิ  PTTGC 5.38%, IVL  +2.9%, SCGP 2.9%, DOHOME 2.7%   แรงหนุนจากข่าวจีนอนุมัติออกพันธบัตรระยะกลาง 1 ล้านล้านหยวน  ทำให้สามารถขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 3.8%ของ GDP  จากเดิม 3.0%  เร่งโครงสร้างพื้นฐานในประเทศหนุนเป็น Upside ต่อคาดการณ์เศรษฐกิจ 4Q23   โดยเรายังมองบวกต่อ 

- SCGP([email protected]) 1 ในหุ้น Top pick ของเราเช้านี้  1. คาดกำไร 4Q23F กลับมาโต y-y, q-q  การเติบโต คาดมาจากสินค้ากลุ่ม fiber และ polymers ในเวียดนามและสินค้ากลุ่ม fibrous chain ที่ฟื้นตัว    2. ซื้อขายอยู่บน PER24F ที่ราว 22.9 เท่า vs ค่าเฉลี่ย 25-30 เท่า อยู่ในโซนลงทุน วางแนวรับแรกที่  34.75 บาท แนวรับถัดไปที่ 33.5 บาท  แนวต้านแรกที่ 37.25 บาท  แนวต้านถัดไป 38 บาท   Cut loss  < 33 บาท

 

 

แรงซื้อนักลงทุนสถาบันหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง

-  IVL และ PTTGC เรายังมองบวก แต่เราชอบ PTTGC ([email protected]) มากกว่าในทางพื้นฐาน เนื่องจากคาดกำไร 3Q23 PTTGC จะออกมาเด่นกว่า 1,761 ล้านบาท พลิกกำไร y-y q-q เพราะ stock gain และ กำไรของธุรกิจปิโตรเคมีดีกว่าคาด การฟื้น y-y หลักๆมาจากไม่มี stock loss ก้อนใหญ่มาฉุด การฟื้น q-q เพราะ ได้ธุรกิจโรงกลั่นที่ค่าการกลั่นฟื้น จาก supply ที่ตึงตัว  เทียบกับ  IVL คาด 3Q23F ผลประกอบการลดลง y-y และ ทรงตัว-ลดลง q-q เพราะ ธุรกิจหลักอย่าง PET (ราว 70% ของปริมาณขาย) ยังเผชิญกับการแข่งขันที่สูง (oversupply) ฉุดอัตรากำไร โดยPTTGC  วางแนวรับแรกที่ 33 บาท แนวรับถัดไปที่ 32.25 บาท แนวต้าน 35.75 / 36.5 บาท Cut loss < 32  บาท

- DOHOME ([email protected]) ยังมองบวก กำไรสุทธิ 3Q23F ที่ 80 ลบ. ปรับขึ้นแรง +60%y-y,+104%q-q จากอัตรากำไรขั้นต้นจะขึ้นเด่น +150 bps y-y จากมาร์จิ้นเหล็ก ส่วน q-q +150bps ฟื้นจากฐานต่ำไม่มีผลกระทบจัดโปรล้างสต็อคแล้ว และแนวโน้ม 4Q23F  กำไรโตก้าวกระโดด y-y, q-q หลัง SSSG จะพลิกบวก  วางแนวรับแรกที่   10.8 บาท แนวรับถัดไปที่ 10.5 บาท  แนวต้านแรกที่ 11.9 บาท 12.3  บาท   

- GLOBAL ([email protected])  3.3%d-d   มีแรงหนุนจากเริ่มเห็นสัญญาณ Consen sus Upgrade ราคาเป้าหมาย และราคาหุ้นอยู่โซนลงทุน PER ปี 24F ที่ 25x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย – 1.25SD วางแนวรับ 15 / 14.6 บาท, แนวต้าน 16.1 / 16.4บาท, Cut loss  < 14.5 บาท  

- WHA ([email protected])- 4.63%d-d  คาดมาจากงบ 3Q23F ที่มีแนวโน้มลดลง q-q จากยอดโอนลดลง อย่างไรก็ตามกำไร 3Q23F โตก้าวกระโดด y-y พร้อมยอด Pre-sales ที่เติบโตสูงที่ราว 960 ไร่ คาดทยอยรับรู้ใน 4Q23 เป็นต้นไปมีแนวโน้มปรับประมาณการปี 24F ขึ้น 15%  วางแนวรับแรกที่ 5 บาท แนวรับถัดไปที่ 4.82 บาท แนวต้านแรกที่  5.4 บาท แนวต้านถัดไปที่  5.55 บาท Cut loss < 4.8 บาท  

- กลุ่มโรงไฟฟ้า  EGCO 4.3%   GUNKUL  2.36%, BGRIM  0.86%  GPSC 0.65% ได้กระแสบวกจาก 1. US Bond Yield  อายุ 10 ปีปรับลงต่อ 3 วันติดต่อกัน ปรับลง -3 bps อยู่ที่ 4.83% ส่วนอายุ 2 ปีปรับลง 4 วันติดต่อกัน เมื่อวาน  -3 bps อยู่ที่ 5.02% และกดดัน Bond Yield ไทย ปรับลงในทางเดียวกัน  

2. ราคาพลังงานส่วนใหญ่ปรับลง   โดยกลุ่มโรงไฟฟ้าเราชอบ GULF (TP24 @50.0 ) มากที่สุด เนื่องจากอ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานน้อยสุดและกำลังการผลิตรอ COD จำนวนมาก ไม่ต้องพึ่งพึงการเปิดประมูลของรัฐ    GULF วางแนวรับแรก  42 บาท แนวรับถัดไป 41.5 บาท แนวต้านแรกที่  44.5 บาท แนวต้านถัดไปที่ 46  บาท Cut loss  <  41 บาท  

- PLANB ([email protected])  ปรับขึ้นสูงสุดระหว่างวัน 2.6% แต่ปิด +0.6% หนุนจากคาดกำไร 3Q23 เด่น KCS 239 ลบ. (+30%y-y, +5%q-q) ยังทำ New high ได้ต่อเนื่อง จากรายได้เอเชียนเกมส์และมวยเพิ่มในงวดนี้ ขณะที่ รายได้สื่อนอกบ้าน รักษา U Rate ได้ระดับสูง 72% flat q-q ใกล้เคียง precovid และ Outlook คาดเข้าช่วงพีคต่อเนื่องใน 4Q23F เพิ่ม y-y, q-q ทั้งช่วงใช้จ่าย, การปรับขึ้นราคาบางส่วน    วางแนวรับแรกที่ 8.1 บาท แนวรับถัดไปที่  7.85 บาท  แนวต้านแรกที่ 8.6 บาท แนวต้านถัดไปที่ 8.75บาท  Cut loss  < 7.75 บาท  

- STGT  +5.22% ปรับขึ้นตามราคาหุ้นถุงมือยางต่างประเทศ อาทิ Top Glove +1.4% ฯลฯ   KCS ประเมินคาดกำไร 3Q23 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และฟื้นตัวในงวด 4Q23 ราคาเป้าหมาย 6.2 บาท  วางแนวรับแรกที่ 5.9 บาทแนวรับถัดไป 5.8 บาท แนวต้านแรกที่ 6.25 บาท 6.5 บาท Cut loss  < 5.75 บาท  

- BLA  -1% ราคาหุ้นยังคงถูกกดดันจาก Bond Yield ทั้งสหรัฐ และไทยยังคงเป็นขาลงหลังจากราคาน้ำมันปรับลง 

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม

- สถานการณ์สงครามอิสราเอล - กลุ่มฮามาส

- 26 ต.ค. ประชุม ECB MUFG คาดคงดอกเบี้ย Deposit Facility Rate ที่ 4.00%

- 27 ต.ค. เงินเฟ้อ PCE ทั่วไป ก.ย. 23 ตลาดคาด +3.4%y-y เงินเฟ้อ PCE พื้นฐาน ตลาดคาด +0.3%m-m  อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบพรุ่งนี้ 1,395-1,423  จุด

แรงซื้อนักลงทุนสถาบันหนุน "หุ้นไทย" ปิดพุ่ง

 

ข่าวล่าสุด