ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาท
ส่วนของปัจจัยภายนอกนั้น เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อาทิ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการโดย ISM (Services PMI) รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน
นอกจากนี้ ในระยะสั้นเงินบาทยังมีการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับทิศทางเงินหยวนของจีน ทำให้มองว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน อาทิ ยอดการนำเข้าและส่งออก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI และทิศทางตลาดหุ้นจีน จะเป็นปัจจัยที่ควรติดตามในช่วงนี้เช่นกัน
สำหรับปัจจัยในประเทศมองว่า ความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลอาจยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อ ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดหุ้น
ไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจ
- สหรัฐฯ ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่าน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการโดย ISM รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims)
- ยุโรป ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน ผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) และรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
- เอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานยอดการนำเข้าและส่งออก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI
- ไทยตลาดรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มมองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจบรอบการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% จากที่ล่าสุดผู้เล่นในตลาดบางส่วนมองว่า ธปท. อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อจนแตะระดับ 2.25% ได้