เนชั่นทีวี

Business thai

จับตา "เงินบาท" สัปดาห์หน้าผันผวนมากแค่ไหน !

04 มิ.ย. 2566 | sukanya_san

จับตา "เงินบาท" สัปดาห์หน้าผันผวนมากแค่ไหน !

แบงก์กรุงไทยมองเงินบาทสัปดาห์หน้า เคลื่อนไหวในกรอบ 34.40-35 บาทต่อดอลลาร์ ชี้แนวโน้มผันผวน จับตาดัชนีภาคบริการสหรัฐฯ- ยอดส่งออก-ทิศทางตลาดหุ้นจีน ด้านกรุงศรีฯ คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ยถึงสิ้นปี

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า อยู่ที่ระดับ 34.40 - 35.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังแกว่งตัว sideway ในกรอบเดิมที่เคยประเมินไว้ ซึ่งเราประเมินว่า โมเมนตัมอ่อนค่าของเงินบาทได้แผ่วลงชัดเจน สะท้อนจากการที่เงินบาทยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซน 34.90 บาทต่อดอลลาร์ไปได้

นอกจากนี้แรงเทขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอลง ดังจะเห็นได้จากการที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาเป็นฝั่งซื้อสุทธิหุ้นไทยในวันศุกร์ที่ผ่าน แต่ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะสั้นนี้

ทั้งนี้แม้ว่าการอ่อนค่าเงินบาทจะเป็นไปอย่างจำกัด แต่การแข็งค่าของเงินบาทก็ยังไม่สามารถแข็งค่าหลุดระดับ 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นบางส่วนในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้นำเข้าต่างก็รอทยอยซื้อเงินดอลลาร์ในจังหวะดังกล่าว ทำให้เราคงมองว่าโซนดังกล่าวจะยังคงเป็นแนวรับของเงินบาทได้ในช่วงนี้



 

จับตา "เงินบาท" สัปดาห์หน้าผันผวนมากแค่ไหน !

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาท

ส่วนของปัจจัยภายนอกนั้น เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อาทิ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการโดย ISM (Services PMI) รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน

นอกจากนี้ ในระยะสั้นเงินบาทยังมีการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับทิศทางเงินหยวนของจีน ทำให้มองว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน อาทิ ยอดการนำเข้าและส่งออก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI และทิศทางตลาดหุ้นจีน จะเป็นปัจจัยที่ควรติดตามในช่วงนี้เช่นกัน

สำหรับปัจจัยในประเทศมองว่า ความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลอาจยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อ ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดหุ้น

ไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจ

- สหรัฐฯ ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่าน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการโดย ISM รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims)

- ยุโรป ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน ผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) และรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)

- เอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานยอดการนำเข้าและส่งออก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI

- ไทยตลาดรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มมองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจบรอบการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% จากที่ล่าสุดผู้เล่นในตลาดบางส่วนมองว่า ธปท. อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อจนแตะระดับ 2.25% ได้

จับตา "เงินบาท" สัปดาห์หน้าผันผวนมากแค่ไหน !

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 34.20-34.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดเริ่มส่งสัญญาณว่า อาจจะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. เพื่อประเมินผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังโหมขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา สัปดาห์หน้าติดตามดัชนี ISM ภาคบริการ เดือน พ.ค. ของสหรัฐฯและ เงินเฟ้อเดือนพ.ค.ของไทย รวมถึงพัฒนาการด้านการเมืองในประเทศ

สำหรับแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยของไทยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา เปิดช่องไว้ว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ แต่เรามองอย่างระมัดระวัง โดยเห็นว่าความไม่แน่นอนช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และความไม่ชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจในระยะถัดไป รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงมีแนวโน้มกลับมาเป็นบวกในเดือนมิ.ย.นี้ ทำให้กนง.อาจคงดอกเบี้ยที่ 2% ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจและความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ (ตั้งแต่ม.ค.-พ.ค.) พบว่า ริงกิต-มาเลเซียอ่อนค่ามากสุด 4%  รองลงมาเป็นวอน-เกาหลีใต้ 3.5% หยวน-จีน 2.53% ดอล ลาร์-สิงคโปร์  0.41%เปโซ-ฟิลิปปินส์  0.36% บาท-ไทย 0.07%  

ยกเว้นรูเปียห์-อินโดนีเซียแข็ง  3.84% ดอง-เวียดนาม  0.67% รูปี-อินเดีย 0.49%  ดอลลาร์-ไต้หวัน   0.20%  โดยเงินบาทอ่อนค่าในระดับกลาง ๆ ขณะที่สกุลเงินภูมิภาคปรับตัวผสมผสาน อย่างไรก็ตาม  ตั้งแต่ม.ค.-พ.ค.นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1.01 แสนล้านบาท และพันธบัตรขายสุทธิ 5 หมื่นล้านบาท

 

จับตา "เงินบาท" สัปดาห์หน้าผันผวนมากแค่ไหน !

ข่าวล่าสุด