เนชั่นทีวี

Business thai

ทำไมเงินบาทเดินหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง ! จ่อทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์

28 พ.ค. 2566 | sukanya_san

ทำไมเงินบาทเดินหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง ! จ่อทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์

แบงก์กรุงไทยประเมินเงินบาทสัปดาห์เคลื่อนไหวในกรอบ 34.40-34.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์หรัฐ เกาะติดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทย- การขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ขณะที่แบงก์กรุงศรีฯ มองกนง.เคาะขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 34.40 - 34.80 บาทต่อดอลลาร์  โดยเงินบาทมีโอกาสแกว่งตัว sideway ในกรอบใหม่ หลังจากที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุแนวต้านสำคัญแถว 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุแนวต้านใหม่ได้ ก็มีโอกาสที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่าสู่โซน 35 บาทต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก

โดยเงินบาทอาจจะอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นผลมาจาก นักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทยจากความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ดี เราประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติมีโอกาสทยอยกลับเข้ามาลงทุนในตลาดบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ปรับตัวขึ้น สะท้อนมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คาดการณ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจนสูงกว่าระดับ 2% ไปพอสมควร

นอกจากนี้ประเด็นการขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ก็อาจกดดันเงินบาท ผ่านการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้เช่นกัน โดยมองว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้น ไม่ว่าตลาดจะกังวลการเจรจาขยายเพดานหนี้ยืดเยื้อ หรือ การเจรจาประสบความสำเร็จได้ก่อนกำหนด

ส่วนของปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อค่าเงินบาทนั้นเห็นว่า  เงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) รวมถึงอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด และความคืบหน้าการเจรจาขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้เช่นกัน

ทำไมเงินบาทเดินหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง ! จ่อทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับปัจจัยในประเทศความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลอาจยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อ ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของเงินไหลเข้าตลาดหุ้น ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่าน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมโดย ISM รวมถึง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดเพื่อประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด

ส่วนยุโรป ตลาดจะรอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)

ขณะที่ทางด้านเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี PMI ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น ตลาดจะรอจับตารายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) รวมถึง รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ส่วนไทยไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุม กนง. ซึ่งผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นว่า กนง. จะส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องหรือไม่ นอกจากนี้ ตลาดจะรอประเมินสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศของไทย ผ่านรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า และที่สำคัญ ผู้เล่นในตลาดจะยังคงรอติดตามความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะยังคงติดตามการเจรจาขยายเพดานหนี้ (Debt Ceiling) ของสหรัฐฯ ซึ่งผู้เล่นในตลาดเริ่มคาดหวังว่า การเจรจาจะประสบความสำเร็จได้ทันก่อนกำหนดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

ทำไมเงินบาทเดินหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง ! จ่อทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 34.35-35.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยติดตามความคืบหน้าการหารือเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐฯ และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง.วันที่ 31 พ.ค.นี้ คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2% นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ของสหรัฐฯ(คาด +1.8 แสนตำแหน่ง)

สำหรับปัจจัยความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและแนวนโยบายเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่เรายังให้น้ำหนักไปที่ประเด็นตลาดโลกเป็นหลัก

ส่วนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาค 1 พ.ค.-26 พ.ค. พบว่าริงกิต-มาเลเซียอ่อนค่ามากสุด 3.80%  รองลงมาเป็นหยวน-จีน 2.20% รูเปียห์-อินโดนีเซีย  1.90% บาท-ไทย 1.51% ดอล ลาร์-สิงคโปร์ 1.39% รูปี-อินเดีย 1.10% เปโซ-ฟิลิปปินส์  0.97% ดอง-เวียดนาม  0.10% ดอลลาร์-ไต้หวัน   0.01% ยกเว้นวอน-เกาหลีใต้แข็ง  0.93%

อย่างไรก็ตาม เดือนพ.ค.นี้เงินบาทอ่อนค่าตามเงินหยวนและทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ในตลาดโลกแข็งค่าขึ้น โดยนักลงทุนไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จบวัฎจักรการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วหรือไม่ หลังข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯออกมาสดใสเกินคาด

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐฯก่อนเส้นตาย 1 มิ.ย. หนุนดอลลาร์ในฐานะแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2.4 หมื่นล้านบาท แต่ยังมียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท

ทำไมเงินบาทเดินหน้าอ่อนค่าต่อเนื่อง ! จ่อทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์

 

ข่าวล่าสุด