น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.90-34.70 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มย่ำฐานต่อเนื่อง ติดตามจีดีพีไตรมาสแรกของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนมี.ค. และการใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯ หรือ เงินเฟ้อ PCE ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟดนิยมใช้เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ
ส่วนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาค 1 เม.ย.-21 เม.ย. พบว่าเปโซ-ฟิลิปปินส์อ่อนค่ามากสุด 2.95%รองลงมาคือวอน-เกาหลีใต้ 2.06%ริงกิต-มาเลเซีย 0.50% ดอลลาร์-ไต้หวัน 0.48% บาท-ไทย 0.35% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.15% หยวน-จีน 0.13% ดอง-เวียดนาม 0.08% ยกเว้น รูเปียห์-อินโดนีเซียแข็งค่า 1.01% รูปี-อินเดียแข็ง 0.03% อย่างไรก็ตาม เดือนเม.ย.นี้นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิในหุ้น 5.1 พันล้านบาท และพันธบัตรไทย 4.1 หมื่นล้านบาท
สำหรับภาพใหญ่ตลาดเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. สู่ระดับ 5.00-5.25% และน่าจะเป็นการขึ้นครั้งสุดท้ายของวัฎจักรนี้ ดังนั้นหากข้อมูลสหรัฐฯออกมาสูงหรือต่ำกว่าคาดจะส่งผลต่อผลตอบแทนพันธบัตรหรือบอนด์ยิลด์ การคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟด และค่าเงิน โดยเงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุน (บาทอ่อน) กรณีข้อมูลบ่งชี้ว่าเฟดอาจต้องตรึงดอกเบี้ยไว้มากกว่าที่จะลดในครึ่งหลังของปีนี้