น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าคาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.75-34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เกาะติดดัชนี ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.พ.ของสหรัฐฯ
รวมถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตร คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.4 แสนตำแหน่ง หากสูงหรือต่ำกว่านี้จะมีผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดอีกครั้ง โดยในเวลานี้ตลาดคาดว่าเฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกเพียง 1 ครั้ง และอาจปรับลดดอกเบี้ยลงก่อนสิ้นปีนี้
ส่วนการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาค 1 มี.ค.- 31 มี.ค. พบว่า บาท-ไทยแข็งค่าสุด 3.70% รองลงมาคือวอน-เกาหลีใต้ 2.26% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 1.90% เปโซ-ฟิลิปปินส์ 1.89% ริงกิต-มาเลเซีย 1.78% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 1.62%ดอง-เวียดนาม 1.32% หยวน-จีน 1.10% รูปี-อินเดีย 0.69% ดอลลาร์-ไต้หวัน 0.13%
สำหรับเงินบาทในเดือนมี.ค.แข็งค่านำภูมิภาค หลังจากในเดือนก.พ.อ่อนค่าลงมากถึง 7% โดยปัจจัยหลักที่หนุนค่าเงินบาทและสกุลเงินภูมิภาคแข็งค่า คือบอนด์ยิลด์สหรัฐฯที่ร่วงลงในเดือนมี.ค. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาคธนาคาร
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจจีนออกมาสดใส ทั้งนี้ต้องติดตามทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายต่อไป อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 1-30 มี.ค. 66 ต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3 หมื่นล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท