นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย กล่าวกับ Nation Online ว่า ประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ 34.50 - 35.50 บาทต่อดอลลาร์ (มีโอกาสอ่อนค่าทดสอบแนวต้านได้) โดยปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินบาท คือ การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ รวมถึงทิศทางราคาทองคำ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายทองคำยังมีผลกระทบต่อเงินบาทพอสมควร
นอกจากนี้ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยล่าสุดจะเห็นได้ว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงขายหุ้นไทย ขณะที่แรงขายบอนด์เริ่มมีการชะลอตัวลงบ้าง
อย่างไรก็ดี หากเงินบาทยังไม่มีแนวโน้มจะพลิกกลับมาแข็งค่าได้ชัดเจน นักลงทุนต่างชาติก็อาจจะยังไม่รีบเข้าซื้อสินทรัพย์ไทย โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาขายหุ้นสุทธิ -1 หมื่นล้านบาท ซื้อบอนด์ไทยสุทธิ 3.2 พันล้านบาท
ส่วนไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ด้านสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่าน 1. รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) รวมถึงการเติบโตของค่าจ้าง (Wage Growth) และ 2. ถ้อย แถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะ ถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ขณะที่ยุโรป ตลาดจะรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจยูโรโซน ผ่านรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมกราคม พร้อมกับติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเฉพาะประธาน ECB เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของ ECB
ส่วนเอเชียไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งอาจจะยังไม่เห็นการปรับนโยบายการเงินที่ชัดเจน จนกว่าว่าที่ผู้ว่า BOJ คนใหม่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งไปอีกสักระยะ (อาจเห็นการปรับนโยบายการเงินในช่วงกลางปี)
ขณะที่ไทย ตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป CPI เดือนกุมภาพันธ์ ว่าจะชะลอตัวลงมากน้อยเพียงใด
สำหรับปัจจัยกดดันให้ตลาดการเงินยังคงผันผวน คือ ความกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบเพิ่มสถานะการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
นอกจากนี้ในเชิงเทคนิคัล ดัชนี SET ก็ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน และราคาอยู่ในระดับต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งผู้เล่นในตลาดก็อาจยังไม่รีบเข้าสะสมในช่วงนี้ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยได้ปรับฐานใกล้โซนแนวรับสำคัญ ทำให้แรงขายอาจเริ่มชะลอลงได้ คาดว่านักลงทุนยังขายหุ้นไทยสุทธิ 5 พันล้านบาท
ส่วนบอนด์เรามองว่า แรงขายบอนด์จากนักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอลงบ้าง โดย นักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย จนกว่าจะเห็นสัญญาณการกลับมาแข็งค่าขึ้นที่ชัดเจนของเงินบาท หรือ ทิศทางบอนด์ยีลด์ในฝั่งสหรัฐฯ เริ่มทรงตัวหรือย่อตัวลงได้บ้าง ซึ่งประเมินว่าจะมีการขายบอนด์สุทธิ 1-2 พันล้านบาท