สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่าน 1. รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ โดย ISM (Manufacturing & Services PMIs) และ 2. ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ส่วนในฝั่งยุโรป ตลาดจะรอประเมินทิศทางของอัตราเงินเฟ้อยูโรโซน CPI ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ทางฝั่งเอเชีย ตลาดจะรอติดตามภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งคาดว่า อานิสงส์ของการเปิดประเทศอาจช่วยหนุนให้ภาคการบริการของจีนกลับมาขยายตัวในอัตราเร่งขึ้น
นอกจากนี้ เรามองว่า ปัจจัยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามรัสเซีย-ยูเครนก็อาจเป็นสิ่งที่สามารถกดดันบรรยากาศในตลาดการเงินได้ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) และดัชนีหุ้นไทยก็ยังคงอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยเฉพาะในจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบซื้อหุ้นไทยกลับ มองขายหุ้นสุทธิ 5,000 ล้านบาท
ส่วนบอนด์แรงขายบอนด์จากนักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย จนกว่าจะเห็นสัญญาณการกลับมาแข็งค่าขึ้นที่ชัดเจนของเงินบาท หรือ ทิศทางบอนด์ยีลด์ในฝั่งสหรัฐฯ เริ่มทรงตัวหรือย่อตัวลงได้บ้าง โดยประเมินขายบอนด์สุทธิ 5,000 ล้านบาท