เนชั่นทีวี

Business thai

ชวนรู้! จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าแบงก์ชาติ "ขึ้นดอกเบี้ย"

08 ม.ค. 2567

ชวนรู้! จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าแบงก์ชาติ "ขึ้นดอกเบี้ย"

กลายเป็นประเด็นในชั่วข้ามคืน หลังนายกรัฐมนตรี "เศรษฐา ทวีสิน" โพสต์ร้อนพุ่งเป้าไปที่ "แบงก์ชาติ" แสดงความเป็นห่วงต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งสวนทางกับอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ เกรงจะไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจไทย

 

ชวนรู้! จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าแบงก์ชาติ "ขึ้นดอกเบี้ย"

นายกฯ ย้ำไม่เห็นด้วยแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา(8 ม.ค.) นายกฯ ให้สัมภาษณ์ ย้ำจุดยืนอีกครั้งว่าไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ ดังนั้นอาจจะต้องพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย จึงอยากจะฝากให้พิจารณา 

"พูดคุยกันตลอด และเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย จุดยืนก็ชัดเจน ว่าผมไม่เห็นด้วย ซึ่งนัยที่ผมได้โพสต์ข้อความไปเมื่อคืนนี้ มันเกี่ยวกับเรื่องสินค้าการเกษตร พืชผลต่างๆ ที่ผมอยากให้กระทรวงพาณิชย์ดูแล ไม่ให้ต่ำลงไป เพราะถ้าต่ำเกินไปก็จะลำบาก และตอนนี้อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำมาก อาจจะต้องพิจารณาลดดอกเบี้ย ก็อยากฝากไว้" นายเศรษฐา กล่าว

งานนี้ต้องจับตาทางฝั่ง "แบงก์ชาติ" ว่าจะออกมาชี้แจงอย่างไร ต่อการพิจารณาตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละครั้งที่ผ่านมา

ชวนรู้! จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าแบงก์ชาติ "ขึ้นดอกเบี้ย"

จะเกิดอะไรขึ้้นบ้าง เมื่อแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย

"เนชั่นออนไลน์" ชวนมาทำความเข้าใจว่า ถ้าแบงก์ชาติมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละครั้ง  มีเหตุปัจจัยจากอะไรได้บ้าง 

"ดอกเบี้ยนโยบาย" มีบทบาทกับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกใช้ "อัตราดอกเบี้ยนโยบาย" เป็นเครื่องมือหลักในการทำนโยบายการเงิน เพราะกลไกการทำงานของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะส่งผลต่อเงินเฟ้อและระบบเศรษฐกิจผ่านพฤติกรรมของเราและธุรกิจ

ทำอย่างไรเมื่อเงินเฟ้อไม่ตรงเป้า

หนึ่งในพันธกิจหลักของแบงก์ชาติในการดำเนินนโยบายการเงิน คือการรักษาระดับเงินเฟ้อให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมสอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจแต่ละประเทศ หรือเรียกว่าอยู่ใน “กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ” ถ้าเงินเฟ้อสูงหรือต่ำเกินไปจนไม่อยู่ในกรอบ ธนาคารกลางก็จะใช้เครื่องมือทางการเงินมากระตุ้นหรือชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ และไม่ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนจากราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป หนึ่งในเครื่องมือที่ว่านี้ก็คือ “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” นั่นเอง

ชวนรู้! จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าแบงก์ชาติ "ขึ้นดอกเบี้ย"

ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ ชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ

เมื่อแบงก์ชาติประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สถาบันการเงินต่าง ๆ จะทยอยปรับขึ้น 1. ดอกเบี้ยเงินฝาก และ 2. ดอกเบี้ยเงินกู้ ให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ดี การปรับดอกเบี้ยของสถาบันการเงินอาจไม่เท่ากันกับการปรับดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากสถาบันการเงินต้องพิจารณาต้นทุนอื่น ๆ และการแข่งขันกับสถาบันการเงินคู่แข่งด้วย

เป็นธรรมดาที่เมื่อผลตอบแทนสูงขึ้น บางคนก็เลือกที่จะเก็บออมมากขึ้น จึงนำเงินมาฝากสถาบันการเงินมากขึ้นทำให้เหลือเงินที่จะไปจับจ่ายซื้อของหรือลงทุนน้อยลง คนที่มีแผนกำลังจะกู้เงินก็อาจชะลอออกไปก่อน ขณะที่คนเป็นหนี้ก็อาจมีภาระเพิ่มขึ้นและเมื่อใช้หนี้แล้วจะเหลือกำลังซื้อน้อยกว่าที่เคย

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจอาจต้องคิดดี ๆ อีกครั้งก่อนลงทุนเพิ่มหรือขยายกิจการ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น จึงอาจชะลอหรือปรับลดการลงทุนลง ด้านการผลิตก็จะปรับลดลงด้วยเพราะคาดว่ากำลังซื้อของคนจะลดลง

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้อุปสงค์ภาพรวมของทั้งระบบลดลง จึงช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อและความร้อนแรงของเศรษฐกิจลงได้

ชวนรู้! จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าแบงก์ชาติ "ขึ้นดอกเบี้ย"

ย้อนสถิติแบงก์ชาติปรับขึ้นดอกเบี้ย 

หากย้อนดูสถิติในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เริ่มมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด  จากอัตราดอกเบี้ย 0.50% จนล่าสุดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.50%

  • 10 ส.ค. 65 ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก 0.25% จาก 0.50% เป็น 0.75%
  • 28 ก.ย. 65 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 0.75% เป็น 1.00%
  • 30 พ.ย. 65 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.00% เป็น 1.25%
  • 25 ม.ค. 66 ขึ้นดอกเบี้ยต่อ 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.50%
  •  29 มี.ค. 66 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75%
  •  31 พ.ค. 66 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.75% เป็น 2.00%
  •  2 ส.ค. 66 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 2.00% เป็น 2.25%
  • 27 ก.ย. 66 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 2.25% เป็น 2.50%
  • 29 พ.ย. 66 คงอัตราดอกเบี้ย  2.50% 

สำหรับการคงดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ในรอบล่าสุด สะท้อนว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยที่ประชุม กนง. ให้เหตุผลการคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% ไว้ว่า “เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมาย

โดยอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ซึ่งการประชุม กนง. รอบถัดไป จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ก.พ. 2567

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)