เนชั่นทีวี

Business thai

พาณิชย์ยันไทยไม่เกิดเงินฝืด แม้เงินเฟ้อ ธ.ค. 66 ติดลบ 0.83% ต่ำสุดรอบ 34 เดือน

05 ม.ค. 2567 | sukanya_san

พาณิชย์ยันไทยไม่เกิดเงินฝืด แม้เงินเฟ้อ ธ.ค. 66 ติดลบ 0.83% ต่ำสุดรอบ 34 เดือน

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 66 ลดลง 0.83% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ต่ำสุดรอบ 34 เดือนอานิสงส์มาตรการลดราคาน้ำมัน-ค่าไฟฟ้า ตามนโยบายลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล คาดปีนี้เงินเฟ้อเฉลี่ยโต 0.7%

 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ธ.ค. 66 เท่ากับ 106.96 เทียบกับ พ.ย. 66 ลดลง 0.46% เทียบกับเดือน ธ.ค. 65 ลดลง 0.83% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และต่ำสุดในรอบ 34 เดือน นับจาก ก.พ. 64

โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และค่ากระแสไฟฟ้า ตามนโยบายลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของรัฐบาล รวมทั้งเนื้อสัตว์และเครื่องประกอบอาหารที่ราคาลดลงต่อเนื่อง และผักสดราคาลดลงค่อนข้างมาก ส่วนสินค้าและบริการอื่น ๆ ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ และรวมเงินเฟ้อเฉลี่ย 12 เดือนของปี  66 (ม.ค.-ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 1.23% อยู่ในเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 1.0–1.7% ค่ากลาง 1.35%

“เงินเฟ้อที่ติดลบ 3 เดือนติดต่อกันต่อเนื่อง มีสาเหตุหลักมาจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ  โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ทั้งค่าน้ำมัน ค่ากระแสไฟฟ้า และสาเหตุหนึ่งคือ การลดลงของสินค้าและบริการ พบว่ายังลดลงแค่บางกลุ่ม ไม่ใช่สินค้าและบริการส่วนใหญ่ลดลง จึงยังไม่อยู่ในจุดที่เป็นภาวะเงินฝืด

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 66 ที่ลดลง 0.83% มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1% ตามการลดลงของราคาสินค้าในหมวดเคหสถาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และสิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม) หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร จากการลดลงของราคาน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 91 และค่าโดยสารรถไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น)

ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลบางรายการราคาปรับลดลง (ผ้าอนามัย สบู่ถูตัว ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว) ส่วนสินค้าที่ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น แป้งทาผิวกาย น้ำยาระงับกลิ่นกาย อาหารสัตว์เลี้ยง เครื่องถวายพระ บุหรี่ สุรา และเบียร์ ส่วนหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ดัชนีราคาโดยเฉลี่ยไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.63% ตามการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่และสัตว์น้ำ (เนื้อสุกร ไก่สด เนื้อโค ปลาทู กุ้งขาว ปลากะพง) ผักสด (ต้นหอม มะเขือ ผักบุ้ง) และเครื่องประกอบอาหาร (น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส ซอสหอยนางรม) สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้น เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมอบ นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยว ผลไม้สด (ทุเรียน ส้มเขียวหวาน กล้วยน้ำว้า) รวมทั้งกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ ชา (ร้อน เย็น) กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว และอาหารกลางวัน (ข้าวราดแกง) ราคาปรับสูงขึ้นเล็กน้อย 

ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ม.ค. 67 คาดว่า ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ และมีโอกาสติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญมาจากมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล และตรึงค่ากระแสไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วย ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง

ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในประเทศปรับลดลงตาม ผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญ มีแนวโน้มลดลง และมาตรการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการใช้จ่ายของประชาชนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามมาตรการ Easy E-Receipt

อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เช่น การท่องเที่ยว ที่ส่งผลให้สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ทั้งการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดง ที่ทำให้การขนส่งทางทะเลปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและค่าระวางเรือ ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลกระทบชั่วคราวและเหตุการณ์ไม่น่าจะยืดเยื้อ

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 67 อยู่ระหว่างติดลบ 0.3% ถึงบวก 1.7% ค่ากลาง 0.7% โดยมีสมมตฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 2.7-3.7% ราคาน้ำมันดิบดูไบ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 34-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

พาณิชย์ยันไทยไม่เกิดเงินฝืด แม้เงินเฟ้อ ธ.ค. 66 ติดลบ 0.83% ต่ำสุดรอบ 34 เดือน

 

ข่าวล่าสุด