Pet Humanization ยังคงเป็นเมกะเทรนด์สำคัญในไทย
SCB EIC มองว่า Pet Humanization จะยังคงเป็นเมกะเทรนด์ที่สำคัญในไทยต่อเนื่องไปในอนาคต โดยมีปัจจัยหนุนทั้งแนวโน้มประชากร Gen Z, Gen Y และประชากรผู้สูงอายุที่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนแก้เหงา รวมถึงแนวโน้มครอบครัวขนาดเล็กที่มีบุตรน้อยลงหรือไม่มีบุตร ซึ่งนิยมเลี้ยงสัตว์เช่นกัน ประกอบกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้มีมากขึ้น ส่งผลให้ข้อจำกัดด้านขนาดหรือลักษณะของที่อยู่อาศัยสำหรับการเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มลดลงในอนาคต โดยกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบอาจอยู่ในรูปแบบการนำเสนอที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่สำหรับต่อเติมห้องในกรณีที่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยต้องการห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง ในขณะที่กลยุทธ์สำหรับการพัฒนาคอนโดมิเนียมอาจชูจุดขายด้านการออกแบบห้องที่มีอากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้ดี เพื่อสุขอนามัยที่ดีสำหรับผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ การนำ Proptech มาช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเลี้ยงสัตว์ก็จะเป็นการสร้างความแตกต่างและความคุ้มค่าในสายตาผู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้ โดยเฉพาะระบบอัตโนมัติ ทั้งแสงสว่างและอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อสัตว์เลี้ยง การตั้งเวลาการให้อาหารและน้ำ ไปจนถึงระบบเตือนภัยที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงภายในที่อยู่อาศัย
การเข้าใจ Insight ของผู้เลี้ยงสัตว์ คือหัวใจของความสำเร็จ
SCB EIC มองว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ด้านการเลี้ยงสัตว์ อยู่ที่ความเข้าใจ Insight ของผู้เลี้ยงสัตว์ เพื่อนำมาสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยและพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยสำหรับผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงได้จริง รวมถึงการคัดเลือกพันธมิตรผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมาให้บริการภายในโครงการที่ต้องได้มาตรฐาน เช่น Pet shop บริการดูแลรับฝากสัตว์เลี้ยง คลินิกและโรงพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ การออกแบบที่อยู่อาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ที่เลี้ยงสัตว์ และผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่รบกวนกัน จะนำมาซึ่งการสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์ของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ด้านการเลี้ยงสัตว์ ท่ามกลางเมกะเทรนด์ Pet Humanization ได้ในระยะต่อไป