สำหรับทิศทางค่าเงินบาทต้นปี 2566 ที่แข็งค่าขึ้น อาจมาจากเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ หรือ บอนด์และสิ่งที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองของจีนจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้เงินบาทแข็งค่า เกิดการเก็งกำไรในเงินบาท เพราะถ้ามีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาจะเกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ แต่ในระยะสั้นเราไม่อยากให้เงินบาทแข็งค่าทิศทางเดียว ไม่ว่าทิศทางจีนเปิดเมือง หรือทิศทางขึ้นดอกเบี้ยของไทยทำให้เกิดการเก็งกำไรตราสารหนี้ระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว อาจจะสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่อาจจะต้องระมัดระวังการเปิดเมืองของจีนระยะสั้นอาจจะมีผู้ติดเชื้อสูง ซึ่งหากมีการจำกัดบางอย่าง อาจทำให้นักลงทุนตกใจ ทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าหรือถ้าราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงหรือปรับลงช้าอาจมีผลต่อเงินเฟ้อของสหรัฐ ทำให้เฟดยังคงขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่ต้องรอดูความชัดเจน
ทั้งนี้ เชื่อว่าค่าเงินจะไม่แกว่งตัวมากเหมือนปีที่แล้ว โดยมองว่า ไตรมาสแรกปีนี้จะเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ที่ 34-35 บาท/ดอลลาร์ มีความเป็นไปได้ เพราะต้องรอปัจจัยการเปิดเมืองของจีนด้วยว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยแค่ไหนและจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
นอกจากนั้น ยังเป็นห่วงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอที่จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยจะติดลบประมาณ 1% ในช่วงครึ่งปีแรกจากการที่เศรษฐกิจประเทศสำคัญๆ ชะลอการนำเข้า ซึ่งอาจมีผลต่อดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังติดลบและต้องระมัดระวังเงินบาทแกว่งตัวในช่วงครึ่งปีแรก แต่ในครึ่งปีหลังจะชัดเจนขึ้น