เนชั่นทีวี

Business thai

ย้อนรอย "ราคาน้ำมัน ปี 2565 มหาโหด" ลุ้นปรับลดราคาลงในปีนี้

01 ม.ค. 2566 | wanida_phe

ย้อนรอย "ราคาน้ำมัน ปี 2565 มหาโหด" ลุ้นปรับลดราคาลงในปีนี้

"ราคาน้ำมัน ปี 2565" ที่โดนปัจจัยกระทบทั้งจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราเงินเฟ้อ สถาการณ์โควิด-19 จนเรียกได้ว่าอ่วม ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยพุ่ง แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ในปีนี้หลายภาคส่วนประเมินว่า ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลงได้ จากสถานการณ์หลายด้านที่คลี่คลายลง

นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มประกาศสงครามกับยูเครน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นอกจากจะสร้างความตื่นตะหนกให้กับคนทั้งโลก ก็ยังสั่นสะเทือนต่อราคาน้ำมันดิบโลกเช่นเดียวกัน เพราะรัสเซีย คือ ผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับ 2 ของโลก โดยก่อนเกิดสงครามสามารถผลิตได้วันละประมาณ 11 ล้านบาเรล แต่หลังสงคราม ปริมาณการผลิตลดลงเหลือวันละ 9-10 ล้านบาเรล ขณะที่ทั้งโลกมีความต้องการใช้ประมาณ 100 ล้านบาเรล   

ในขณะที่รัสเซียผลิตน้ำมันได้น้อยลง แต่ กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) หรือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 40% ของน้ำมันดิบโลก ก็ไม่ได้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้น เพื่อมาอุดช่องโหว่ที่หายไปของรัสเซีย ซึ่งสำหรับไทยเองแม้จะนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเล็กน้อยเพียง 3% ก็ได้รับผลกระทบในทางอ้อมเช่นกัน

เพราะเมื่อสินค้ามีปริมาณน้อยลงผู้ซื้อน้ำมันจากรัสเซียเป็นหลัก อย่างยุโรป จึงหันไปซื้อน้ำมันในภูมิภาคอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดซื้อน้ำมันหลักของไทย อย่างเลี่ยงไม่ได้ ราคาน้ำมันจึงพุ่งสูง โดยในเดือนมีนาคมปีนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เคยพุ่งสูงสุดถึงบาเรลละ 130 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทย ในเดือนเดียวกันนั้น ราคาน้ำมัน ก็ปรับขึ้นถึงลิตรละ 2 บาท ภายในวันเดียว!
 

 

 

 

แต่ยังถือเป็นความโชคดี (ในความโชคร้าย) ที่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกซบเซา ความต้องการใช้น้ำมันจึงลดลง  ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงย่อตัวอยู่ระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล  แต่สำหรับประเทศไทยเองแม้ราคาน้ำมันโลกจะลดลงแล้ว ก็ใช่ว่าจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในไทย ลดลงตามไปด้วย

เนื่องจากโครงสร้างของราคาน้ำมันไทย ประกอบด้วย ต้นทุนเนื้อน้ำมันประมาณ 37% ,ภาษี+กองทุนต่าง ๆ 51% ,ค่าการตลาดต่างๆอีก 12% รวมทั้งต้นทุนของสถานีบริการน้ำมัน ก็ทำให้ราคาน้ำมันของไทยขึ้นแล้วลงยาก!

โดยเมื่อเทียบราคากับปีที่ผ่านมาในทุกชนิดน้ำมันก็พบว่าราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปีเดียว เฉลี่ย 3-9 บาทต่อลิตร โดยปรับเพิ่มสูงสุด คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85  จากลิตรละ 23.74 บาท ในปี 2564 เป็นลิตรละ 32.99 บาท ในปี 2565 เพิ่มขึ้นลิตรละ 9.25 บาท  รองลงมาคือกลุ่มน้ำมันดีเซล จากลิตรละ 28.44 บาท ในปี 2564 เป็นลิตรละ 34.94 บาท ในปี 2565 เพิ่มขึ้นลิตรละ 6.5 บาท และ เบนซิน จากลิตรละ 38.56 บาท เป็นลิตรละ 42.16 บาท เพิ่มขึ้นลิตรละ 3.6 บาท

ย้อนรอย "ราคาน้ำมัน ปี 2565 มหาโหด" ลุ้นปรับลดราคาลงในปีนี้

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ราคาพลังงานปี 2566 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบปีหน้าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 85-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าปีนี้

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก(โอเปก) พยายามลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ความต้องการน้อยลง ราคาจึงลดลงในเวลาเดียวกัน จึงจะเห็นได้ว่าทั้งสองปัจจัยส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้น/ลงผันผวน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

ด้านนายแดน เยอร์กิน รองประธานกรรมการบริหาร เอสแอนด์พี โกลบอล คาดการณ์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ในปี 2566  ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวอยูในระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ความต้องการน้ำมันของจีน และปฏิกิริยาตอบโต้ของรัสเซีย จากการโดนจำกัดเพดานราคาน้ำมัน

ขณะที่ จีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลก มีอัตราการใช้ประมาณ 15.7 ล้านบาร์เรลต่อปี หากเปิดประเทศได้เต็มตัว จะกลายเป็นแรงหนุนสำคัญ ที่จะดันราคาน้ำให้พุ่งสูงขึ้นได้อีกครั้ง และอาจแตะที่ระดับ 121 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้  แต่หากเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะถดถอย ราคาน้ำมันอาจร่วงลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แม้จะคาดการณ์กันว่า ราคาน้ำมันปีนี้นั้น อาจจะไม่ ดุดัน แบบไม่เกรงใจใคร ! เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยเสี่ยงรอบตัวนั้น เป็นปัจจัยที่แทบจะไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสิ่งที่ทำได้ก็คงจะเป็นผู้ใช้รถ ใช้ถนน ที่เห็นได้ชัดว่า เริ่มเลือกใช้ รถไฟฟ้า มากขึ้น เพราะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

 

 

 

ข่าวล่าสุด