นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ราคาพลังงานปี 2566 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบปีหน้าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 85-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าปีนี้
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก(โอเปก) พยายามลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ความต้องการน้อยลง ราคาจึงลดลงในเวลาเดียวกัน จึงจะเห็นได้ว่าทั้งสองปัจจัยส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้น/ลงผันผวน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านนายแดน เยอร์กิน รองประธานกรรมการบริหาร เอสแอนด์พี โกลบอล คาดการณ์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ในปี 2566 ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวอยูในระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ความต้องการน้ำมันของจีน และปฏิกิริยาตอบโต้ของรัสเซีย จากการโดนจำกัดเพดานราคาน้ำมัน
ขณะที่ จีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลก มีอัตราการใช้ประมาณ 15.7 ล้านบาร์เรลต่อปี หากเปิดประเทศได้เต็มตัว จะกลายเป็นแรงหนุนสำคัญ ที่จะดันราคาน้ำให้พุ่งสูงขึ้นได้อีกครั้ง และอาจแตะที่ระดับ 121 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ แต่หากเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะถดถอย ราคาน้ำมันอาจร่วงลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้จะคาดการณ์กันว่า ราคาน้ำมันปีนี้นั้น อาจจะไม่ ดุดัน แบบไม่เกรงใจใคร ! เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยเสี่ยงรอบตัวนั้น เป็นปัจจัยที่แทบจะไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสิ่งที่ทำได้ก็คงจะเป็นผู้ใช้รถ ใช้ถนน ที่เห็นได้ชัดว่า เริ่มเลือกใช้ รถไฟฟ้า มากขึ้น เพราะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว