ยิ่งกระเเสข่าวว่า"ยุทธ เเม่จัน"ไม่กินเส้นกับกุนซือเพื่อไทยในยามนี้ (เเม้จะมีน้องสาวเป็นส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยก็ตาม) เเต่การลุยเดี่ยวเเต่ยังเกี่ยวพันธมิตรกลายๆกับเพื่อไทยนั้น พรรคเพื่อชาติอาจไม่ใช่เป้าหลักที่นพ.ชลน่านชี้เป้าไว้
ดังนั้นพรรคใดจะเข้าข่ายตามที่นพ.ชลน่านอ้าง..
"พรรคสร้างอนาคตไทย" ของประธานพรรค"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" คงไม่เข้าข่ายเพราะตั้งเเต่ปี 2549 เป็นต้นมา "สมคิด"ไม่ใช่คนในข่ายชินวัตร เพื่อไทย เเละคล้ายจะเป็นคนวัดรอยเท้าคนแดนไกลเสียด้วย เเละที่ผ่านมาสมคิดยังไปร่วมงานกับคณะยึดอำนาจอีกสองชุด(คมช.-คสช.) อีกทั้งยังวางบทเเคนดิเดทนายกฯของพรรคสี่กุมาร เเล้วนั้น เเละตัวเลขขั้นต่ำ 25 ส.ส.เพื่อใช้สิทธิเสนอชื่อเเคนดิเดตนายกฯของพรรคนี้ให้รัฐสภาลงมตินั้น เเน่นอนว่า พรรคนี้ย่อมมิใช่พรรคพี่พรรคน้องเเต่เป็นเสมือนหนึ่งศัตรูทางการเมืองของเพื่อไทยที่ยากจะเเตะมือด้วย
ดังนั้นสิ่งที่นพ.ชลน่านกล่าวถึงน่าจะไม่พ้นพรรคไทยสร้างไทยของหัวหน้าพรรค"คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ" ที่ตอนนี้คะเเนนนิยมจากโพลล์(โดยเฉพาะภาคอีสาน) ยังนำโด่งรวมทั้งภาพจำของสังคมที่เทใจให้"คุณหญิงสุดารัตน์"นั้นไม่น้อยหน้าคนในครอบครัวชินวัตรเลย เเปลว่า พรรคของ"คุณหญิงสุดารัตน์"น่าจะเป็นเป้าหลักอันดับต้นที่เพื่อไทยต้องบอนไซให้ได้เพื่อมิให้มาเเย่งเเต้มเเละอย่าลืมว่า"คุณหญิงสุดารัตน์"กับเบอร์ใหญ่ๆในชินวัตรเเฟมิลี่ (เมื่อก่อน"คุณหญิงสุดารัตน์"ประกบติดคนเเดนไกลเเต่ตอนนี้ไกลวงโคจรเเล้ว ) ใช่ว่าจะลงรอยกันนัก ดังนั้นการเตะตัดขาคนกันเองที่เเยกไปโตเเละเเข่งกับพรรคต้นสังกัดเดิมจึงส่งสัญญาณออกไปให้เเรงชัดทั่วไทย
ดังนั้นภาพของ"คุณหญิงอ้อ"ที่มาให้กำลังใจลูกสาวคนเล็กในคราวนี้จึงเเปลความได้ว่าคนแดนไกล"คุณหญิงอ้อ"เเทงหมดหน้าตัก ไม่กั๊ก ไม่หมกไพ่การเมืองที่มีในมือ หรือเรียกง่ายๆตามภาษาของนักเสี่ยงโชคคือ ชินวัตรเเฟมิลี่เปิดถ้วยเเทงเเล้วในการชูลูกสาวคนเล็กวัย 36 ปี เป็นเเม่ทัพตัวจริง
ตอนนี้เอาง่ายๆ ตัวเลข 250 ส.ส.คือเส้นชัยเเรกของชินวัตรเเฟมิลี่ ส่วนเเคนดิเดตนายกฯนั้น โค้งสุดท้ายคือคำตอบว่าใครคือหนึ่งในสามว่าที่ สร.1กันบ้าง เเต่ที่เเน่ๆ มีคนในครอบครัวชินวัตรร่วมด้วย