เพราะเสนาธิการหัวกะทิสายตรงดูไบนั้นวางบทให้ลูกสาวคนเล็กของ"โทนี วู้ดซัม"ขยับสอดรับกับจังหวะคอมเมนท์การเมืองของคนเเดนไกลรายสัปดาห์ไม่ผิดคีย์ ผนวกกับจังหวะขย่มปมนายก 8 ปี ของ"พล.อ.ประยุทธ์" บนบัลลังก์สร.1ในยามนี้หรือจะเหมารวมภาวะ ส.ส.ขั้วรัฐบาลพลาดให้การประชุมสภาผู้เเทนราษฎรล่มหลายคราวไปด้วยนั้น คะเเนนระอา/เสื่อมครม.เรือเหล็กในสายตาสังคมทวีคูณเรื่อยๆ
พูดง่ายๆยามนี้เเต้มไหลมาขั้วตรงข้าม"ลุงตู่"นั่นเอง
แนวทางการเมืองแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องเเปลกเพราะขยับมาตั้งเเต่สมัยพรรคไทยรักไทยตั้งไข่เเล้ว ( เพราะการรุกตั้งเเต่หัววันคู่เเข่งยังไม่พร้อมมันง่ายในการบริหารเเละชิงพื้นที่ข่าวพิชิตหัวใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เนิ่นๆ )
ยิ่งขายความเป็นทายาทหัวเเก้วหัวเเหวนของ"โทนี วู้ดซัม"ไปด้วยในยามนี้ยิ่งย้ำเเบรนด์ชินวัตรไม่ละทิ้งคนที่ยังระลึกความเเฮปปี้ในยุควันวานยังหวานอยู่
อย่าลืมว่า"อุ๊งอิ๊ง"คือชินวัตรเเฟมิลี่รุ่นที่สี่( รุ่นเเรกคือทักษิณ/พายัพ ชินวัตร/เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พรรคไทยรักไทย รุ่นสองคือสมชายเเละชินนิชา วงศ์สวัสดิ์ พรรคพลังประชาชน รุ่นสาม คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย )
อย่ามองขัามปรากฏการณ์ล่าสุด การเลือกตั้งปี 2562 ยามไม่มี ชินวัตร เเฟมิลี่ ลงประชันในนามพรรคเพื่อไทยนั้น(หลานของคนเเดนไกลคือ ชยิกา วงศ์นภาจันทร์/ฤภพ ชินวัตร ลงสมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติเเต่โดนตัดสิทธิทางการเมืองสิบปึเเละโดนยุบพรรค ) ผลปรากฏว่า เมื่อไม่มีชินวัตรเเฟมิลี่ลงเเข่งขัน พรรคเพื่อไทยก็ย่อมอ่อนกำลังลง เเม้ชนะได้ส.ส.มากสุดเเต่กลับตั้งรัฐบาลไม่ได้ ดังนั้นเมื่อคิดเกมมุมโต้กลับ คำว่าเพื่อไทยเเลนด์สไลด์จึงบังเกิดเเละมี"อุ๊งอิ๊ง"เป็นตัวชูโรงเเละคงไม่พลาดให้โอกาสลอยหลุดอีกครั้ง