ขณะที่ขั้วตรงข้ามรัฐบาล ก็พยายามเดินเกมรุกหนัก ด้วยการเปิดตัวแคนดิเดตของแต่ละพรรค ออกมาประชันโฉม แบบไม่มีกั๊ก พร้อมประกาศตัวเป็นผู้นำในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อพาทุกคนหลุดพ้นจากปัญหาปากท้อง เช่น พรรคสร้างอนาคตไทย ที่มอบให้ "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" อดีตรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ มานั่งประธานพรรค
โดยจะประเดิมงานแรก ด้วยการเดินสายลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ย.นี้ เพื่อพบปะพูดคุยกับกลุ่มนักธุรกิจ พร้อมปาฐกถาพิเศษ "อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง"
ส่วนพรรคไทยสร้างไทยล่าสุดให้ "คุณหญิงหน่อย" มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อนำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ในการพาคนตัวเล็กให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ กับการทำมาหากิน รวมถึงพรรคชาติพัฒนาของ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" กับการปรับกลยุทธ์ใหม่ ที่ดึงอดีตขุนคลัง อย่าง "กรณ์ จาติกวณิช" อดีตหัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วย "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" เข้าร่วมทีม มาเป็นหัวหอกด้านเศรษฐกิจ
ทั้งหมดเป็นเพียงภาพรวมเบื้องต้น กับความพร้อมลงสนามเลือกตั้งของแต่ละพรรค ซึ่งสวนทางกับ “บิ๊กตู่” ที่กำลังถูกตรึงไว้บนเส้นด้าย กับการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วหรือไม่
ดังนั้น 14 ก.ย. ถือเป็นจุดพลิกชีวิต “ลุงตู่” กับอนาคตการเมือง จะได้ไปต่อ (แค่ไหน) หรือต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้ หลังแต่ละพรรคการเมือง เริ่มโหมโรงบรรเลงกลองรบ รอวันกรำศึก คว้าชัยชนะ