การโรดโชว์ลูกสาวคนเล็กของคนแดนไกล นับเป็นการย้ำหัวหมุดชินวัตรแฟมิลี่มิได้หายไปจากเวทีการเมืองไทย เพราะ"อุ๊งอิ๊ง"แสดงบทกับพรรคเพื่อไทยคราวนี้นับเป็นหมวกใบที่สอง และรอลุ้นหมวกใบที่สามและใบที่สี่ในวันข้างหน้า(ว่าที่ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่1-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของบัญชีพรรคเพื่อไทย?)
แปลว่าปรากฎการณ์"เพื่อไทยแลนด์สไลด์"นั้น พรรคที่มีส.ส.อันดับหนึ่งของสภาเกียกกายจากการเลือกตั้งเมื่อปี2562 (พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง ส.ส. 137 คน) แต่มิอาจเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลโดยเสียสิทธิให้พรรคพลังประชารัฐไป
ตอนนั้นทายาทชินวัตรไม่ปรากฏในบัญชีผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ยกเว้น "พานทองแท้ ชินวัตร" ที่เป็นกองเชียร์กิตติมศักดิ์และสมาชิกพรรคตลอดชีพคอยส่งเสียงข้างเวทีนั้น แม้จะมีเสียงตำหนิลั่นเมืองจากคนแดนไกล-แกนนำพรรค-กองเชียร์ว่า "เพื่อไทยชนะแต่แพ้ฟาล์วจากกติกาที่คสช.ล็อกไว้"
เมื่อเหตุบ้านการเมืองแปรเปลี่ยนตามภาวะ กอปรกับคะแนนนิยมของครม.เรือเหล็กใช่ว่าจะงดงาม รวมถึงการปักธงรบของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยที่ไม่เผาผีกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในช่วงโค้งสุดท้ายเช่นนี้
คนแดนไกลอาจมั่นใจว่า ตอนนี้ต้องเร่งปั่นกระแสพรรคพร้อมผลักดันลูกสาวคนเล็กเพื่อหวังผลว่างวดหน้าพรรคเพื่อไทยชนะแน่นอนจากกติกาบัตรเลือกตั้งสองใบ
คนแดนไกลจึงร่วมเขียนบทการเปิดตัวลูกสาวคนเล็กวัย35ปีในการเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยคราวนี้นั้น สื่อความว่า คนแดนไกลย้ำหัวหมุดแฟนคลับเสมอๆเพราะแบรนด์"เพื่อไทย"นั้น จำต้องผนึก"ชินวัตรแฟมิลี่"เข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเลี่ยงมิได้ บนเหตุผลว่า
ปี2544 พรรคไทยรักไทย ชนะเลือกตั้งบนจำนวน 248 ส.ส. โดยมี"ทักษิณ ชินวัตร-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์-พายัพ ชินวัตร" เป็นแกนหลักของ"ชินวัตรแฟมิลี่รุ่นแรก"บนสนามการเมือง และสามพี่น้องยังควงหน้าที่แกนนำพรรคกับการเลือกตั้งปี2548 โดยตอนนั้น 377ส.ส.คือตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ทำให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกของเมืองไทย
ปี2550 คนแดนไกลมอบให้"สมัคร สุนทรเวช" เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยคราวนั้นสมัครนำพา"233 ส.ส."ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่อย่าลืมว่า"สมชาย วงศ์สวัสดิ์" สามีของเจ๊แดงก็เป็นรองหัวหน้าพรรค และยังมี"ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์" บุตรสาวลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ โดยทั้งสองคนนี้รับเป็น"ชินวัตรแฟมิลี่รุ่นสอง"
ปี 2554 พรรคเพื่อไทยได้ส.ส.สองระบบรวม 265 คน เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์เมืองไทยที่ชื่อ"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดยตอนนั้น"นารีขี่ม้าขาว"ใช้เวลา 49 วัน หาเสียงบนบทบาทสมาชิกพรรคและผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่1 ซึ่งอยู่เหนือกว่า"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" หัวหน้าพรรคเสียอีก ณ ตอนนั้นนายกฯปูนับเป็น"ชินวัตรแฟมิลี่รุ่นสาม" โดยมีหลานโอ๊คเป็นองครักษ์พิทักษ์อาปู และได้เจ๊แดงมาเป็นกองหนุน(หลังพ้นโทษตัดสิทธิการเมืองห้าปี เจ๊แดงลงสมัครส.ส.เชียงใหม่และชนะเลือกตั้ง)
ปี2562"ชินวัตรแฟมิลี่"มิได้ลงสนาม โดยทราบว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยบางปีกไปขอร้องนายใหญ่ดูไบว่า ขอให้เว้นวรรค"ชินวัตรแฟมิลี่"ไว้ก่อนเพราะกระแสต้านสูงยิ่ง ทำให้นายใหญ่ดูไบยินยอมตามคำร้องขอ (เเต่คนเเดนไกลส่งหลานสาว/หลานชายไปเป็นเเกนนำพรรคไทยรักษาชาติ) สุดท้ายแม้พรรคเพื่อไทยกวาดส.ส.ได้มากที่สุดก็ต้องผิดหวังไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
ฉะนั้นปลายปี2564-ไตรมาสแรกปี2565 คือห้วงเวลาที่ต้องจับจ้องว่าลูกสาวคนเล็กจะสวมหมวกใบที่สาม-ใบที่สี่หรือไม่....และจับตามว่า ยามนั้นชินวัตรแฟมิลี่จะประสบเคราะห์กรรมใดบ้างเป็นเครื่องเคียง
และหากมีใครมารังแกลูกสาวคนเล็กในยามจากนี้ไปนั้น(คนเเดนไกลคงมองเเล้วว่า อุ๊งอิ๊งไม่น่าจะมีบาดแผลอื่นๆนอกจากบาดเเผลช่วงเอ็นทรานซ์เมื่อปี2547) รับรองเลยว่านายใหญ่ดูไบลุยไม่เลิกแน่