การเปิดตัวลูกสาวคนเล็ก เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มุ่งย้ำหัวหมุดแฟนคลับ ให้รับรู้ถึงแบรนด์"เพื่อไทย"จำต้องผนึก"ชินวัตรแฟมิลี่"เข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเลี่ยงมิได้ นี่เป็นบททดสอบชะตากรรมความเป็นผู้นำ "ชินวัตรรุ่น 4" ติดตามได้จากเจาะประเด็น โดยเมฆาในวายุ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

ภารกิจของ"แพทองธาร ชินวัตร" กับบทบาทใหม่ล่าสุดในฐานะ "หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย" คือ

-ทวง14ล้านเสียงกลับคืนมา

-กระชับอำนาจรัฐไว้ในมือ

-เพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้

-ระบอบเผด็จการต้องหมดไป

-เร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน

 

พร้อมตบท้ายด้วยประโยคใหม่ไฉไลกว่าเดิมว่า  "ขอทำงานมากกว่าพาพ่อกลับบ้าน"

 

"อุ๊งอิ๊ง"แพทองธาร ชินวัตร กับบททดสอบชะตากรรมความเป็นผู้นำ "ชินวัตรรุ่น 4"

 

ตรงนึ้คือวรรคทองบวกคำมั่นจากประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรรมพรรคเพื่อไทย  ณ จังหวัดอุดรธานี เมืองหลวงของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ผ่านโครงการ "ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม" 

 

จังหวัดอุดรธานีมีส.ส.พรรคเพื่อไทยครบ 8 เขต บวกกับ"วิเชียร ขาวขำ" นายกอบจ.อุดรธานีก็เป็นคนของพรรคเพื่อไทย แปลขั้นต้นได้ว่า การลงพื้นที่งวดนี้เพื่อเปิดแคมเปญพรรคล่าสุดและชูลูกสาวคนเล็กของคนแดนไกลเป็นตัวหลักอย่างเป็นทางการในคราวนี้นั้น  อาจสื่อความได้ว่า ยามนี้คนแดนไกลมั่นใจว่า ภูมิภาคหลัก(อีสาน-เหนือ) บวกกับจังหวัดที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทยในวันนี้และวันวานทั่วไทย  

 

ฉะนั้นงวดหน้าเพื่อไทยต้องชนะยกจังหวัด ชนะให้มากที่สุดในภูมิภาคนั้นๆ ( พื้นที่หลักคือภาคอีสาน เพราะมีส.ส.มากที่สุด-ภาคเหนือในฐานะถิ่นกำเนิดของคนแดนไกล-กทม.บางเขต-ภาคกลางบางจังหวัด-ส่วนภาคใต้นั้นไม่หวังส.ส.เขตแต่ลุ้นคะแนนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แทน )

 

แต่อย่าลืมว่า พรรคไทยสร้างไทย  คือเซลล์ที่แตกตัวมาจากพรรคเพื่อไทยที่อาจจะเป็นตัวตัดแต้มในบางจังหวัด บวกกับพรรคก้าวไกลที่เป็นคู่แข่งพรรคเพื่อไทยในการชิงแต้มจากคนรุ่นใหม่+คนหัวก้าวหน้า+คนต้าน3ป.นั้น นับเป็นการบ้านที่คนแดนไกลต้องหาสูตรต่อสู้ให้ลงตัว  

 

พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรม  "ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม" ที่ จ.อุดรธานี  

 

บวกกับพรรคภูมิใจไทยที่ปักธงได้หลายเขตในภาคอีสานก็เป็นอีกหนึ่งการบ้านที่คนแดนไกลต้องวางกลเกม และต้องสู้กับพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการอีกครั้งบนกติกาบัตรเลือกตั้งสองใบ

 

การโรดโชว์ลูกสาวคนเล็กของคนแดนไกล นับเป็นการย้ำหัวหมุดชินวัตรแฟมิลี่มิได้หายไปจากเวทีการเมืองไทย เพราะ"อุ๊งอิ๊ง"แสดงบทกับพรรคเพื่อไทยคราวนี้นับเป็นหมวกใบที่สอง และรอลุ้นหมวกใบที่สามและใบที่สี่ในวันข้างหน้า(ว่าที่ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่1-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของบัญชีพรรคเพื่อไทย?)   

 

แปลว่าปรากฎการณ์"เพื่อไทยแลนด์สไลด์"นั้น พรรคที่มีส.ส.อันดับหนึ่งของสภาเกียกกายจากการเลือกตั้งเมื่อปี2562 (พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง ส.ส. 137 คน) แต่มิอาจเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลโดยเสียสิทธิให้พรรคพลังประชารัฐไป

 

ตอนนั้นทายาทชินวัตรไม่ปรากฏในบัญชีผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ยกเว้น "พานทองแท้ ชินวัตร" ที่เป็นกองเชียร์กิตติมศักดิ์และสมาชิกพรรคตลอดชีพคอยส่งเสียงข้างเวทีนั้น แม้จะมีเสียงตำหนิลั่นเมืองจากคนแดนไกล-แกนนำพรรค-กองเชียร์ว่า "เพื่อไทยชนะแต่แพ้ฟาล์วจากกติกาที่คสช.ล็อกไว้"    

 

เมื่อเหตุบ้านการเมืองแปรเปลี่ยนตามภาวะ กอปรกับคะแนนนิยมของครม.เรือเหล็กใช่ว่าจะงดงาม รวมถึงการปักธงรบของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยที่ไม่เผาผีกับพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชาในช่วงโค้งสุดท้ายเช่นนี้    

 

คนแดนไกลอาจมั่นใจว่า  ตอนนี้ต้องเร่งปั่นกระแสพรรคพร้อมผลักดันลูกสาวคนเล็กเพื่อหวังผลว่างวดหน้าพรรคเพื่อไทยชนะแน่นอนจากกติกาบัตรเลือกตั้งสองใบ 

 

คนแดนไกลจึงร่วมเขียนบทการเปิดตัวลูกสาวคนเล็กวัย35ปีในการเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยคราวนี้นั้น สื่อความว่า  คนแดนไกลย้ำหัวหมุดแฟนคลับเสมอๆเพราะแบรนด์"เพื่อไทย"นั้น จำต้องผนึก"ชินวัตรแฟมิลี่"เข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเลี่ยงมิได้ บนเหตุผลว่า

 

สมชาย วงศ์สวัสดิ์  อดีตนายกรัฐมนตรี  ในยุคสังกัดพรรคพลังประชาชน

 

ปี2544 พรรคไทยรักไทย ชนะเลือกตั้งบนจำนวน 248 ส.ส. โดยมี"ทักษิณ ชินวัตร-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์-พายัพ ชินวัตร" เป็นแกนหลักของ"ชินวัตรแฟมิลี่รุ่นแรก"บนสนามการเมือง และสามพี่น้องยังควงหน้าที่แกนนำพรรคกับการเลือกตั้งปี2548 โดยตอนนั้น 377ส.ส.คือตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ทำให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกของเมืองไทย  

 

ปี2550 คนแดนไกลมอบให้"สมัคร สุนทรเวช" เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยคราวนั้นสมัครนำพา"233 ส.ส."ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่อย่าลืมว่า"สมชาย วงศ์สวัสดิ์" สามีของเจ๊แดงก็เป็นรองหัวหน้าพรรค  และยังมี"ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์" บุตรสาวลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ โดยทั้งสองคนนี้รับเป็น"ชินวัตรแฟมิลี่รุ่นสอง"

  ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  สองอดีตนายกฯ

 

ปี 2554 พรรคเพื่อไทยได้ส.ส.สองระบบรวม 265 คน เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์เมืองไทยที่ชื่อ"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดยตอนนั้น"นารีขี่ม้าขาว"ใช้เวลา 49 วัน หาเสียงบนบทบาทสมาชิกพรรคและผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่1 ซึ่งอยู่เหนือกว่า"ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" หัวหน้าพรรคเสียอีก ณ ตอนนั้นนายกฯปูนับเป็น"ชินวัตรแฟมิลี่รุ่นสาม"  โดยมีหลานโอ๊คเป็นองครักษ์พิทักษ์อาปู  และได้เจ๊แดงมาเป็นกองหนุน(หลังพ้นโทษตัดสิทธิการเมืองห้าปี เจ๊แดงลงสมัครส.ส.เชียงใหม่และชนะเลือกตั้ง)

 

แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง   บุตรสาวทักษิณ ที่ได้รับการตั้งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ปี2562"ชินวัตรแฟมิลี่"มิได้ลงสนาม โดยทราบว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยบางปีกไปขอร้องนายใหญ่ดูไบว่า ขอให้เว้นวรรค"ชินวัตรแฟมิลี่"ไว้ก่อนเพราะกระแสต้านสูงยิ่ง ทำให้นายใหญ่ดูไบยินยอมตามคำร้องขอ (เเต่คนเเดนไกลส่งหลานสาว/หลานชายไปเป็นเเกนนำพรรคไทยรักษาชาติ) สุดท้ายแม้พรรคเพื่อไทยกวาดส.ส.ได้มากที่สุดก็ต้องผิดหวังไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

 

ฉะนั้นปลายปี2564-ไตรมาสแรกปี2565 คือห้วงเวลาที่ต้องจับจ้องว่าลูกสาวคนเล็กจะสวมหมวกใบที่สาม-ใบที่สี่หรือไม่....และจับตามว่า ยามนั้นชินวัตรแฟมิลี่จะประสบเคราะห์กรรมใดบ้างเป็นเครื่องเคียง

 

และหากมีใครมารังแกลูกสาวคนเล็กในยามจากนี้ไปนั้น(คนเเดนไกลคงมองเเล้วว่า อุ๊งอิ๊งไม่น่าจะมีบาดแผลอื่นๆนอกจากบาดเเผลช่วงเอ็นทรานซ์เมื่อปี2547) รับรองเลยว่านายใหญ่ดูไบลุยไม่เลิกแน่