เนชั่นทีวี

Business

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs"

10 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs"

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs" สร้างการเติบโตใหม่

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs" สร้างการเติบโตใหม่

KEY

POINTS

  • จับมือตั้ง กรอ. ร่วมทุนภาครัฐ-เอกชน: นายกฯ อนุทิน ขานรับข้อเสนอหอการค้าไทย เตรียมตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) และคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เพื่อเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในทุกมิติ

 

  • กางแผนขับเคลื่อน 6 ด้านเร่งด่วน: ภาคเอกชนเสนอ 6 ประเด็นใหญ่ ครอบคลุมการปฏิรูปภาคเกษตร การกระตุ้นกำลังซื้อ แก้หนี้ครัวเรือน ช่วยเหลือ SMEs ปลดล็อกแรงงานต่างด้าว และชูแพลตฟอร์มศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

  • มุ่งสร้างความเชื่อมั่นรอบด้าน: รัฐบาลเน้นย้ำการเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและอาชญากรรม ควบคู่กับการลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการลงทุน
     

#กรอ #หอการค้าไทย #เศรษฐกิจไทย #อนุทินชาญวีรกูล #SMEs #การค้าการลงทุน #ฟื้นฟูเศรษฐกิจ #ข่าวเศรษฐกิจวันนี้

 

 

 

10 มิถุนายน 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการค้า

 

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs"

 

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs"

 

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs"

 

"นายกฯ" รับลูก "หอการค้าไทย" ตั้ง กรอ. ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน "แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ-หนุน SMEs"

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย นายอนุทิน กล่าวว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในหลายมิติ โดยรัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าและภูมิภาคสำคัญ การดึงดูดการลงทุน การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาและแปรรูปภาคเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ตลอดจนการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส สะดวก และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น

นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และจะเร่งผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

 

“รัฐบาลเชื่อว่าการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการลงทุนและการจ้างงาน การหารือในวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันสร้างเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการขยายการค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นายกฯ เผย

 

นายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนทั่วประเทศ

 

 

ด้าน นายพจน์ กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าหารือและเสนอแนวทางความร่วมมือ โดยระบุว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศร่วมกัน โดยภาคเอกชนได้เสนอข้อเสนอแนะ 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 

1.ข้อเสนอเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ (Zero Corruption) การปฏิรูปภาคเกษตร การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การสนับสนุนสินค้า Made in Thailand พร้อมเสนอในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนรายสาขา เช่น พาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว AI พลังงาน โลจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

2.ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย อาทิ การกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค การลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ การเสริมสภาพคล่องของ SMEs และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นต้น

3.ข้อเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

4.มาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น (เร่งด่วน) อาทิ การลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่มีนายจ้างและอยู่ในประเทศไทย และการวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าวในระยะยาว เป็นต้น

5.การยกระดับแพลตฟอร์มศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ (New National Art and Culture Platform) เช่น การปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรประเภทหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนิทรรศการ การค้า การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค

6.แผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค ครอบคลุมกลุ่มประเภทธุรกิจสำคัญทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ประกอบด้วยด้านการเกษตรและอาหาร เช่น โครงการมหานครผลไม้เมืองร้อน ด้านท่องเที่ยวและบริการ เช่น โครงการยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 และไฟป่าภาคเหนือ

 

“เห็นควรให้จัดตั้ง กรอ. (คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ) พร้อมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง โดยจะได้นำประเด็นการหารือต่างๆ มาเพื่อเดินหน้าความร่วมมือ และขอชื่นชมการจัดงาน THAIFEX - Anuga Asia ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้อย่างมากว่า ภาคเอกชนไทยถือเป็นแบ็ก (Back) สำคัญให้กับประเทศ” นายกฯ กล่าวปิดท้าย