คพ. โต้เดือด โพลสินบน กกร. ชี้ 7 ข้อพิรุธ ไม่ตรงหลักวิชาการ
25 พ.ค. 2569 | prisana_tha

คพ. โต้เดือด ผลโพล กกร. ปมเรียกรับสินบนสูงสุด ย้ำพร้อมตรวจสอบ ตั้งข้อสังเกต 7 ประเด็น ชี้กระบวนการวิจัยอาจผิดหลักวิชาการ
ข่าว
25 พ.ค. 2569 | prisana_tha

คพ. โต้เดือด ผลโพล กกร. ปมเรียกรับสินบนสูงสุด ย้ำพร้อมตรวจสอบ ตั้งข้อสังเกต 7 ประเด็น ชี้กระบวนการวิจัยอาจผิดหลักวิชาการ
KEY
POINTS
25 พฤษภาคม 2569 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. แถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. กรณีระบุว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนสูงสุด โดยมีการเสนอตัวเลข 102,160 บาทต่อครั้ง ซึ่งทาง คพ. ตั้งข้อสังเกตว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา กรมฯ ไม่เคยได้รับการร้องเรียนในเรื่องการทุจริตในลักษณะนี้มาก่อนเลย
อธิบดี คพ. แถลงย้ำว่า ทางกรมฯ ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต และยินดีที่จะถูกตรวจสอบเนื่องจากปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และประชาชน พร้อมยืนยันว่า จะลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิด
ที่ผ่านมา คพ. ได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท. นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต หรือ CRMS มาปฏิบัติใช้ จนส่งผลให้ได้รับผลการประเมินเชิงคุณภาพในระดับดีเยี่ยม ต่อเนื่องกันถึง 3 ปี อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้บริหาร คพ. ได้ร่วมกันทบทวนภารกิจและโครงการต่างๆ พบว่า กระบวนงานการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ เป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตด้านการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งปัจจุบันได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนมาตรการ และแนวทางปฏิบัติในทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันการทุจริตแล้ว
หลังจาก คพ. ได้รับเอกสารชี้แจงหลักการและระเบียบวิธีการสำรวจจาก กกร. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทาง คพ. มีข้อสังเกตสำคัญ 7 ประการที่เห็นว่ากระบวนการจัดทำวิจัยของ กกร. อาจไม่ถูกต้องชอบธรรม ตามหลักวิชาการ หรือไม่ ดังนี้
1. จำแนกกลุ่มตัวอย่างไม่ครอบคลุม มีการจำแนกหน่วยงานรัฐเป็น 5 กลุ่ม รวม 162 หน่วยงานทั่วประเทศ แต่มีการสำรวจอยู่เพียง 26 หน่วยงาน ซึ่งไม่ครอบคลุมภาพรวมของระบบราชการไทยทั้งหมดในเชิงวิชาการ จึงไม่สามารถนำผลไปใช้ในการกำหนดนโยบายประเทศได้
2. ใช้เครื่องมือเก่าปี 2542 รูปแบบแบบสอบถามยึดโยงจากแนวทางของธนาคารโลก ปี 2542 เป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลเก่า หลายหน่วยงานได้ถูกปรับบทบาทภารกิจไปแล้วตั้งแต่ปี 2545 ตัวอย่างเช่น กรมทรัพยากรธรณี ไม่มีบทบาทใดอยู่ใน 5 กลุ่มหน่วยงานที่จำแนกเลย
3. ขอบเขตกลุ่มตัวอย่างจำกัด มุ่งเน้นไปที่ภาคเอกชนเพียงบางกลุ่มที่มีขอบเขตค่อนข้างจำกัด ไม่ได้กระจายกลุ่มตัวอย่างไปยังภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ภาคประชาชน ผู้รับบริการทั่วไป ภาควิชาการ หรือภาคประชาสังคม
4. โครงสร้างแบบสอบถามขัดกันเอง การสำรวจใช้แบบสอบถาม 2 รูปแบบ คือ ออนไลน์ผ่านกูเกิลฟอร์ม และแบบเผชิญหน้า โดย กกร. แจ้งว่าแบบออนไลน์ทำเพื่อเป็นตัวสำรองดูความสอดคล้อง แต่โครงสร้างแบบสอบถามทั้งสองมีความแตกต่างกัน ทั้งจำนวนส่วนและข้อคำถาม ซึ่งไม่สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ
5. ระยะเวลาสำรวจกระชั้นชิดเกินไป มีกลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถาม 401 รายทั่วประเทศ สำรวจระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 10 เมษายน 2569 รวมเวลา 16 วัน เป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด มีความเสี่ยงในการควบคุมมาตรฐาน และในแบบเผชิญหน้ามีข้อคำถามมากถึง 70 ข้อ ซึ่งต้องสอบถามให้ได้ 25 รายต่อวัน ย่อมเสี่ยงต่อการควบคุมคุณภาพในการสำรวจ
6. จำนวนผู้ให้ข้อมูลรายหน่วยงานน้อยเกินไป ข้อมูลในระดับรายหน่วยงานจะไม่เพียงพอสำหรับการสรุปหรือจัดอันดับการทุจริตที่เป็นภาพรวมของประเทศ เนื่องจากพิจารณาจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจริงร้อยละ 45 หรือราว 184 คน เมื่อเชื่อมโยงกับ 26 หน่วยงาน อาจมีคนตอบเพียงเฉลี่ย 7 คนหรือน้อยกว่านั้นต่อหนึ่งหน่วยงาน
7. คำถามมีลักษณะชี้นำ แบบสอบถามมีคำถามที่ชี้นำในการตอบ เช่น เป็นที่รู้กัน หรือวัดความเชื่อ เช่น เชื่อมั่นเพียงใด และตั้งสมมติฐานเชิงลบ เช่น หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม ท่านเชื่อว่ากระบวนการจะมีความล่าช้าเกินกำหนดหรือไม่
ดร.สุรินทร์ ระบุต่อว่า จากหนังสือชี้แจงของ กกร. ได้ยอมรับว่าระดับความเชื่อมั่นและค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างเป็นการอ้างอิงกรอบในภาพรวมของการสำรวจ ไม่ควรตีความความเป็นสะท้อนความแม่นยำในระดับรายหน่วยงาน ดังนั้นการที่ กกร. สรุปข้อมูลว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่เสนอการรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับ 1 นั้น คพ. จึงเห็นว่าไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตามหลักการวิจัย ผิดจรรยาบรรณการทำศึกษาวิจัย
ดร.สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเผยแพร่ข่าวดังกล่าวทำให้ คพ. ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ยากแก่การแก้ไขเยียวยา ข้าราชการเสียขวัญและกำลังใจในการทำงาน ทั้งนี้ คพ. เห็นด้วยกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยกระบวนการที่ถูกต้องเป็นธรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการวิจัยของ กกร. ในครั้งนี้ และขอแจ้งเตือนระวังผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ คพ. หรือบุคคลที่แอบอ้างผลตรวจวัดของ คพ. เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ คพ. ทั้งในช่องทางออนไลน์ ติดต่อโดยตรง และทางไปรษณีย์
ทั้งนี้ เวลา 10.55 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้ากระทรวงฯ ภายหลังตอบกระทู้ถาม นายมังกร ศรีเจริญกูล สว. ที่อาคารรัฐสภา เรื่อง ความคืบหน้าในการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการเสียชีวิตของช้างสีดอหูพับในระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจังหวัดขอนแก่นไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย
ข่าวล่าสุด