เนชั่นทีวี

Nation Story

SPORTS: หรือเรือใบจะล่มสลาย? ถอดรหัสคำตัดสิน 114 คดี ‘แมนฯ ซิตี้’

26 ก.ย. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

SPORTS: หรือเรือใบจะล่มสลาย? ถอดรหัสคำตัดสิน 114 คดี ‘แมนฯ ซิตี้’

วงการฟุตบอลอาชีพของอังกฤษและแฟนบอลทั่วโลกต้องเผชิญกับคลื่นความช็อกจากจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อคณะกรรมการไต่สวนอิสระได้ประกาศคำตัดสินชี้ขาด ให้สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความผิดจริงในข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงินของพรีเมียร์ลีกถึง 114 ข้อ จากทั้งหมด 115 ข้อคดี การพังทลายของข้อโต้แย้งที่สโมสรเพียรพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ไม่เพียงแต่สั่นคลอนความสำเร็จอันยิ่งใหญ่บนผืนหญ้าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่ยังนำพาอาณาจักรลูกหนังแห่งนี้เข้าสู่วิกฤตความน่าเชื่อถือที่อาจส่งผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการการเงินของฟุตบอลอาชีพไปอย่างถาวร

คำตัดสินประวัติศาสตร์ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 นี้ ถือเป็นบทสรุปของกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานและซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่เปิดฉากฟ้องร้องในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 ครอบคลุมพฤติการณ์การละเมิดกฎการเงินต่อเนื่องถึง 9 ฤดูกาล ตั้งแต่ช่วงปี 2009/10 ถึง 2017/18 และเจตนาขัดขวางการสอบสวนยาวนานตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2023 แม้สโมสรจะยืนยันความบริสุทธิ์มาโดยตลอด พร้อมกล่าวอ้างว่ามีชุดหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นที่แน่ชัดว่าพรีเมียร์ลีกสามารถพิสูจน์ความผิดในข้อกล่าวหาเกือบทั้งหมดได้สำเร็จ ยกเว้นเพียงข้อกล่าวหาเดียวเท่านั้นที่สโมสรหักล้างได้

.

⚽[เบื้องหลังการตกแต่งบัญชีและการพิสูจน์ข้อมูลทางการเงิน]

เมื่อเจาะลึกไปยังโครงสร้างความผิดที่ถูกตัดสิน การละเมิดส่วนใหญ่รวบรวมอยู่ในกลุ่มข้อกล่าวหาถึง 54 ข้อ ที่เกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลทางการเงินอันเป็นเท็จและการขาดความซื่อสัตย์ หลักฐานทางการเงินชี้ให้เห็นการปิดบังโครงสร้างรายได้ที่แท้จริง โดยใช้วิธีนำเงินทุนอุดหนุนโดยตรงจากเจ้าของสโมสรอย่าง Abu Dhabi United Group ของชีค มันซูร์ มาแอบแฝงจ่ายผ่านสัญญาสปอนเซอร์เชิงพาณิชย์ของบริษัทรัฐวิสาหกิจ เช่น สายการบิน Etihad และบริษัทโทรคมนาคม Etisalat เพื่อแต่งตัวเลขงบการเงินให้สโมสรผ่านเกณฑ์การขาดทุนสะสมของพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า

นอกจากนี้ การซ่อนงบประมาณยังขยายวงไปสู่ค่าตอบแทนบุคลากรผ่านกลุ่มข้อกล่าวหาอีก 14 ข้อ ฝ่ายจัดทำบัญชีของสโมสรใช้วิธีสร้าง "สัญญาคู่ขนาน" นอกบัญชีอย่างเป็นทางการ เช่น กรณีการมอบสัญญาจ้างที่ปรึกษาจากสโมสรในอาบูดาบีให้แก่อดีตผู้จัดการทีม โรแบร์โต มันชินี เพื่อลดการบันทึกงบค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างในอังกฤษ ยิ่งไปกว่านั้น สโมสรยังถูกตัดสินว่ามีความผิดในฐานไม่ให้ความร่วมมือ ประวิงเวลา และขัดขวางการสอบสวนของพรีเมียร์ลีกอีกมากถึง 35 ข้อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทลายยุทธศาสตร์การบรรเทาโทษ เนื่องจากหลักฐานระบุชัดว่าความล่าช้าของคดีตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เกิดจากเจตนาของสโมสรในการปฏิเสธการส่งมอบเอกสารเชิงลึก

.

⚽[ชะตากรรม 9 ถ้วยแชมป์ และการฟ้องร้องเป็นโดมิโนจากคู่แข่ง]

คำตัดสินในระยะแรกนี้ ใช้กระบวนการแยกการพิจารณาออกจากกัน นั่นคือการตัดสินความผิดก่อน แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการกำหนดบทลงโทษในภายหลัง ซึ่งอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนอิสระในการลงโทษนั้นกว้างขวางและไร้เพดานจำกัด ตั้งแต่การสั่งปรับเงินมหาศาล การหักคะแนนหนักถึงขั้นตกชั้น การพักสิทธิ์แข่งขัน การขับออกจากพรีเมียร์ลีก ไปจนถึงการสั่งริบถ้วยรางวัลย้อนหลัง

ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทางสังคมสูงสุดคือเกียรติยศระดับเมเจอร์ 9 รายการ ที่สโมสรคว้ามาได้ในช่วงเวลา 9 ฤดูกาลที่ละเมิดกฎ ซึ่งประกอบด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย แชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย แชมป์ลีกคัพ 3 สมัย และคอมมูนิตี้ ชิลด์ อีก 2 สมัย แม้การริบถ้วยรางวัลย้อนหลังจะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพรีเมียร์ลีก และไม่มีกฎบังคับให้โอนตำแหน่งแชมป์ไปให้ทีมอันดับสองโดยอัตโนมัติ แต่ในมิติเศรษฐศาสตร์กีฬา การประวิงเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บเกี่ยวความสำเร็จ สร้างมูลค่าแบรนด์ ดึงดูดนักเตะระดับโลก และสั่งสมฐานรายได้ไปอย่างมหาศาล ความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมนี้กำลังทำให้สโมสรคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล และท็อดแนม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งได้สงวนสิทธิ์ทางกฎหมายไว้ก่อนหน้า เตรียมยื่นฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายจากการเสียโอกาส ทั้งด้านเงินรางวัล ส่วนแบ่งค่าถ่ายทอดสด และโควตาบอลยุโรป

.

⚽[กระบวนการต่อสู้ชั้นต่อไป และฉากทัศน์ในอนาคต]

เส้นทางกฎหมายของคดีนี้ยังไม่จบสิ้นลงง่ายๆ หลังจากขั้นตอนการไต่สวนเพื่อกำหนดบทลงโทษทางการเงินและการกีฬาโดยคณะกรรมการชุดเดิมเสร็จสิ้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์อิสระชุดใหม่ภายใน 14 วัน ทั้งนี้ ตามธรรมนูญของพรีเมียร์ลีก สโมสรจะไม่สามารถนำคดีนี้ไปยื่นต่อศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา หรือ CAS ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ เนื่องจากพรีเมียร์ลีกไม่ได้มอบเขตอำนาจให้ CAS ในข้อพิพาทภายใน

.

ทางรอดสุดท้ายในทางกฎหมายของสโมสร จึงเหลือเพียงการนำคดีขึ้นสู่อุทธรณ์ต่อศาลพาณิชย์ของอังกฤษ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ค.ศ. 1996 โดยสโมสรต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ากระบวนการพิจารณาของพรีเมียร์ลีกมีความบกพร่องร้ายแรงหรือมีความลำเอียงเชิงโครงสร้าง ซึ่งสโมสรเริ่มวางยุทธศาสตร์นี้ไว้แล้วจากการโจมตีเรื่องข้อมูลคำตัดสินรั่วไหลสู่สื่อมวลชน เมื่อประเมินระยะเวลาการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์และศาลพาณิชย์ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 12-18 เดือน ทำให้บทสรุปและบทลงโทษขั้นสุดท้ายจะปรากฏอย่างชัดเจนก่อนเปิดฤดูกาล 2027/28 

.

แต่ไม่ว่าผลลัพธ์ตอนท้ายจะจบลงอย่างไร คำตัดสินความผิด 114 ข้อนี้ ได้ทำลายภาพจำความบริสุทธิ์ของสโมสรลงอย่างหมดสิ้น และกลายเป็นเหตุการณ์ที่จะคงอยู่คู่ประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกไปตลอดกาล

ข่าวล่าสุด